วิจารณ์หนัง Roommate เพื่อร่วมห้องต้องแอบรัก

“ผมเชื่อว่ามนุษย์เกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว แต่ถ้าเลือกที่จะมีความรัก ก็เท่ากับพร้อมยอมรับความเจ็บปวด” วลีเด็ดจากภาพยนตร์เรื่อง Roommate เพื่อนร่วมห้องต้องแอบ…รัก หนังรักที่ชวนสะกิดต่อมความรู้สึกของความรักที่ไม่อาจเปิดเผยได้ เพียงด้วยเหตุผลที่ใครต่างไม่อาจล่วงรู้ นอกจากตัวตนของใครคนนั้น ภาพยนตร์ที่สร้างรอยยิ้ม มิตรภาพของคำว่า “เพื่อน” และความรักที่ไม่อาจเผย จนความ “กลัว” เข้ามาครอบงำ เพียงเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลงทางสถานะ และความรู้สึก ภาพยนตร์ที่ได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์ ฝากผลงานอย่าง คริตกะจ๋า บ้าสุดสุด มาแล้ว ครั้งนี้บรรเลงเพลงรักในฉบับง่าย ๆหยิบยกเรื่องราวใกล้ตัวที่เกิดได้ทุกช่วงวัย ด้วยการนำเสนอเรื่องราวการใช้ชีวิตของเหล่าผองเพื่อนที่ต่างมีความฝัน และหลงใหลในเสียงดนตรี ในชื่อวง “Roommate” ซึ่งอาจแตกต่างจากความเป็นรูมเมทในความคิดของใครหลายต่อหลายคน คือ เพื่อนร่วมห้องแค่คนสองคน แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับสร้างฉากความรัก โดย ส่งทอดความรักในแบบฉบับวงกลม จากความรัก 1ไปความรัก2 จากความรัก 2 มายังความรัก 3 และสุดท้ายความรัก 3ก็วนมายังความรัก 1 มันกลายเป็นความรักที่ต้องอาศัยความเข้าใจ และการเสียสละในรัก แม้จะต้องเจ็บปวดก็ตาม ซึ่งผู้กำกับอย่าง กรัณย์ คุ้มอนุวงศ์ หยิบยกมุมมองอีกด้านหนึ่งได้อย่างน่าสนใจ แต่อาจจะแปลกสักหน่อยของบางมุมมองที่ดูจะไม่ตรงกับความรู้สึกของใครอีกหลายต่อหลาย ๆ คน ตัวผมก็เช่นกัน อย่าง “โน้ต” รับบทโดย บอล วิทัส สิงห์ลำพอง ที่วาดลวดลายทำเอาคนดูประทับใจ และชื่นชมมาแล้วใน “Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” แต่มาบท “โน๊ต” มือกีต้าร์ประจำวง ชายหนุ่มแววตามุ่งมั่น มักจะทำในสิ่งที่ยาก ยกเว้นเรื่องเรียน เขาปราศจากความรู้สึกที่เรียกว่ารัก แต่สุดท้ายกลับแพ้ใจตัวเอง เมื่อความรักเข้ามาเยือน พร้อมกับรับรู้ว่า “แอน” หญิงในฝันไม่ได้รู้สึกเหมือนกับเขา แต่กลับมองข้ามคนที่ใกล้ตัวมากที่สุด หนังอาจจะทำให้สะดุด และอึดอัดไปบ้างในบางฉาก บวกกับสถานที่ที่เลือกถ่ายทำ อาจจะค่อนข้างแปลกในมุมมองของภาพยนตร์ ธรรมชาติ หรือวัฒนธรรมพื้นเมืองของคนในชุมชน ค่อนข้างที่จะมีน้อย (หรือไม่ค่อยมีให้เห็นด้วยซ้ำ) เลยทำให้เกิดมุมมอง และติดค้างอยู่ในใจ (ไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นเหมือนกับผมหรือเปล่า) คือฉากทางความรู้สึกทางกายที่ เหล่าสมาชิกวง Roommate มีให้ต่อกัน ดูจืดไปสักนิดเลยทำให้ขาดสีสันแห่งคำว่ารัก และเมื่อความรักไม่อาจเปิดเผยได้ ตัวละครอย่าง “ป๊อป” หญิงสาวนิสัยห้าว แต่ภายในโหยหาความรักที่ไม่อาจเปิดเผย เพียงคำว่า “เพื่อน” ค้ำความรู้สึกให้หักห้ามใจ จนกลายเป็นความลับที่ยากเอ่ยออกมา รับบทโดย อลิซ อภัสนันท์ วรภิรมย์รักษ์ นางแบบโฆษณาที่ก้าวเข้าสู้การแสดงได้อย่างน่าจับตามอง ด้วยบทของ “ป๊อป” ที่เสมือนเป็นคำตอบที่บ่งบอกว่าเธอยอมละทิ้งความ “กลัว” และกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความรักครั้งนี้หรือไม่ เธอแสดงออกมาได้ค่อนข้างเป็น “ป๊อป” จริง ๆ บวกกับท่าทางเวลานั่งซ้อนท้ายรถ โน้ตฝึกขับรถ แววตาที่ปริ่มล้นด้วยความรู้สึกดีถูกวาดแสงออกมาเป็นไออุ่นบาง ๆ ที่สัมผัสได้ว่า เธอแอบรักโน้ตอย่างหมดหัวใจ ความรักที่ไม่อาจเปิดเผยได้กลับกลายเป็นกำแพงใสบาง ๆที่ไม่อาจทลายได้ หากใจไม่กล้าพอ เหมือนดั่ง “แอน” หญิงสาวที่ศรัทธาในรักครั้งเก่าก่อน และยึดมั่น กลับมาเพื่อทำให้ความรักที่เคยหวานชื่นกลับเป็นเหมือนเดิม รับบทโดย นุช นีรนาท วิคตอเรีย โคทส์ นางแบบสุดฮอต มาพร้อมน้ำเสียงไพเราะที่ทำเอาผมหลงรักเธอเข้าให้ (หลงรักในน้ำเสียงนะครับ) เพราะเธอร้องเพลงได้ดีจริง ๆ “แอน” จึงเสมือนเป็นตัวแปรที่กลายเป็นสมาชิกคนใหม่ในวง Roommate เพียงเพราะเธอต้องการค้นหาคำว่ารักในแบบฉบับของเธอที่ยังคงคิดอยู่เสมอว่า “ยังเหมือนเดิม” แม้จะขาดการติดต่อ แต่สุดท้าย หากความรักเกิดเปลี่ยนแปลง ใจคนเปลี่ยนไปตามวิถีทางความรู้สึกนึกคิดของคนนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุด “แอน” ทำให้ผมเข้าใจ และใช้ “ยางลบหัวใจยี่ห้อง่ายๆชื่อว่าเสียสละ” (เพลงของคุณไผ่ พงศธร ตรงใจจริง ๆ ครับ) มันสามารถลบความรู้สึกที่เรียกว่ารักตัวเอง การครอบครองให้หายไปจากความรู้สึก และแปรเปลี่ยนเป็นความหวังดีที่เพื่อนคนหนึ่งพึงจะมีให้แก่กัน แม้จะยิ้มร่าหลั่งน้ำตา แต่ก็สุขใจไม่ใช่เหรอครับ และที่ขาดไปไม่ได้ 2 ตัวละครที่ชื่อ โม รับบทโดย เอมมี่ มัฒธณิตาศ์ เศวตวิทยะธาดากุล และ อี๊ด รับบทโดย นนน์ ภูดิศ สุริยวงศ์ นักศึกษารุ่นพี่ที่ก่อตั้งวง Roommate ใจที่รักในเสียงเพลง ความรัก ศรัทธาในสิ่งที่ทำ และตั้งใจเข้ามาเติมสีสันให้ความผูกพันชัดเจนยิ่งขึ้น มาว่าด้วยบรรยากาศ สถานที่ถ่ายทำ ต้องบอกได้ว่า ผิดหวังเล็กน้อย เพราะการดูหนังใช่เพียงแต่จะดูวิถีชีวิตของตัวละครแต่ละตัว เรื่องราวภายในบ้าน แต่ผมชอบอะไรที่มันสื่อไปทางสิ่งที่ไม่เคยเจอะเจอ สถานที่ที่บ่งบอกถึงความประทับ ที่ประจำของเหล่าเพื่อนฝูง วัฒนธรรม ธรรมชาติของคนต่างถิ่นที่คนในเมือง ๆ อย่างเราหาดูได้อยาก จึงทำให้ขาอรรถรสไปบ้างตรงจุดนี้

แต่ใช่ว่าจะผิดหวังไปซะหมด ผมเชื่อว่ายังมีมุมดี ๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ได้มอง มันอยู่ที่แต่ละคนจะมองมุมไหน แล้วสะท้อนกลับมายังตัวเองได้มากแค่ไหน ความรักทุกวัยต้องอาศัยเวลา ไม่ได้ฉาบฉวยเหมือนปัจจุบันที่คิดทันด่วน จนกลายเป็นปัญหาของคนในสังคม อีกทั้งการสอดแทรกเนื้อหาเพื่อเหล่าผู้ชมเสพอย่างตกผลึกนั่นคงไม่พ้น “ความรัก มิตรภาพของผองเพื่อน แม้จะห่างหาย แต่สุดท้ายความผูกพันไม่เคยจาง” และความรักที่ซ่อนเร้นบางทีต้องปล่อยให้มันทะลักออกมากระโดดเริงราบ้าง นอกเสียจากคุณจะเก็บงำโดยที่คุณไม่เจ็บปวด และมีความสุขตามวิถีทางที่ควรจะเป็น “ความรักเหมือนดาบสองคม แม้จะเจ็บปวด แต่คนเราก็ พรอ้มที่จะหาเรื่องเจ็บตัวตลอดเวลา” จริงมั้ยครับ

(Visited 49 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *