วิจารณ์หนัง MONEY MONSTER การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนโปรดเตรียมใจ

แม้ว่า MONEY MONSTER จะเข้าฉายในบ้านเราออกจะผิดที่ผิดเวลาไปหน่อยเพราะในโรงหนังนั้นเรียกได้ว่าแทบจะเทกระจาดโรงหนังให้กับ X-MEN APOCALYPSE กับ WARCRAFT อย่างถ้วนทั่ว แต่อย่างน้อยรอบฉายของ “เงินปีศาจ” ก็ยังหารอบได้มากกว่าหนังเรื่องอื่นๆในสัปดาห์เดียวกัน 

เรื่องราวของหนังพูดถึงพิธีกรรายเกี่ยวกับการเงิน ลี เกทส์ (จอร์จ คลูนีย์)และผู้อำนวยการสร้างของเขา แพ็ตตี้ (จูเลีย โรเบิร์ต) ถูกต้อนให้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเมื่อนักลงทุนผู้โมโหจากการสูญเสียทุกอย่างไป (แจ็ค โอ’ คอนเนล) ได้ใช้กำลังยึดสตูดิโอของพวกเขา ระหว่างการแพร่ภาพสุดตึงเครียดสู่สายตาผู้ชมนับล้านที่ชมอยู่ทางบ้าน ลีและแพ็ตตี้ต้องรีบเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อไขปริศนาเบื้องหลังการสมคบคิดที่อยู่ศูนย์กลางของตลาดโลกที่ไฮเทคและเปลี่ยนแปลงฉับไวในปัจจุบัน

เบื้องหน้าของหนังอาจจะสามารถมองได้ว่านี่เป็นหนังแนว “ชิงตัวประกัน” แต่ในขณะเดียวกันท่ามกลางความระทึกของเรื่องราวนั้น มันยังเสียดสีระบบสื่อสารมวลชนที่ถูกอย่างล้วนแล้วแต่ถูกหยิบ จัดวาง และถูกเตรียมการมาก่อนล่วงหน้าว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนจอและปรากฏไปสู่สายตายของผู้ชมนั้นจะต้องเป็นอย่างไร หุ่นเชิดตัวลสำคัญก็คือลี เกทส์แต่บุคคลที่คอยกำกับและควบคุมสถานการณ์ตัวจริงนั้นเป็นของแพ็ตตี้ ดังนั้นตลอดช่วงเวลาที่สตูดิโอถูกชายปริศนาเขามาเอาปืนขมขู่นั้น แพ็ตตี้คือคนที่เป็นพรายกระซิบลีผ่านหูฟังตลอดเวลา

มูลเหตุสำคัญที่ทำให้ไคล์ ชายที่บุกเข้ามีจี้ลีนั้นเป็นเพราะเขาสูญเสียเงินทั้งหมดที่เขามีในชีวิตไปหลังจากการที่เขาเชื่อในสิ่งที่ลีแนะนำผ่านรายการว่าหุ้นของสถาบันการเงินแห่งหนึ่งเกิดร่วงอย่างไม่มีเหตุผลเป็นผลทำให้ไคล์และผู้คนเป็นจำนวนมากสูญเงินไปอย่างไม่อาจจะเรียกกลับคืน ประกอบกับด้วยความที่ไคล์นั้นเป็นชนชั้นแรงงานที่หาเช้ากินค่ำ ทำให้เงินแต่ละดอลลาร์นั้นคือสิ่งมีค่า ประโยคหนึ่งที่ตัวละครลีถามว่า คุณสูญเงินไปเท่าไหร่ เมื่อไคล์ตอบว่า 30,000 ดอลลาร์ ลีกลับถามกลับอย่างไม่คิดอะไรว่า “แค่ 30,000 ดอลลาร์เอง ผมจ่ายให้ก็ได้” ไคล์จึงตอบกลับว่าสำหรับคุณอาจจะเป็นแค่เศษเงิน แต่สำหรับผมมันคือทั้งชีวิต การที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะได้เงิน หากแต่เขาต้องการคำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันทางการเงินที่เขาทุ่มหมดหน้าตักต่างหาก 

เมื่อหนังพาเราไปค้นหาความจริงหนังก็พาเรากระโจนจากโลกของระบบสื่อสารมวลชนเข้าไปทำความรู้จักกับระบบเงินตราและค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุ้นตัวดังกล่าวผ่านตัวละครไดแอน เลสเตอร์(แคทรินา บัลเฟ) PR องค์กรที่เธอก็ไม่รู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันทางการเงินของตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น CEO ของบริษัทก็ตัดการติดต่อสื่อสารไปอย่างไร้ร่องรอย เรื่องราวหลังจากนี้ขอละไว้ให้ไปติดตามกันเองในหนัง 

อย่างไรก็ตามสาระสำคัญของหนังนอกจากจะพาเราไปสำรวจโลกหลังเลนส์และโลกในระบบเงินตราแล้ว มันยังมีบทสรุปอันน่าเจ็บปวดที่ว่า “ราคาชีวิตของมนุษย์เราไม่เท่ากัน” เมื่อตีค่ามาเป็นเงินตราแล้วแต่ละชีวิตก็มีราคาของมันไม่เท่ากัน บางคนอาจจะไม่มีค่าสักดอลลาร์ บางคนอาจจะใช้เงินต่อชีวิตตัวเอง หรือหลายคนก็ไม่มีแม้แต่ชีวิตจะให้เอาเงินมาเยียวยาตัวเองเลย! 

(Visited 52 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *