ดูแล้วบอกต่อ วิจารณ์หนัง Sadako vs Kayako ศึกผีตบผี

จะว่าไปพล็อตแนวเอาผีสองตนมาปะทะกันนั้น ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้วทางฝั่งฮอลลีวูดเคยเอา Freddy vs. Jason มาเจอกันไปเมื่อปี 2003 แต่ศึกระหว่างปีศาจสองตนนั้นก็ไม่ค่อยจะได้เรื่องได้ราวสักเท่าไหร่ เหมือนกลายเป็นหนังห่วยๆเรื่องหนึ่งที่จับเอาไอคอนของโลกภาพยนตร์มาย้อมแมวขายซะมากกว่า 

ทว่าไอเดียการหยิบสองผีไอคอนจาก The Ring และ Ju-On มาเจอกันนั้นกลับเป็นเรื่องที่น่าขันกว่า เพราะตอนแรกนั้นมันเป็นแค่ไอเดียแผลงๆที่เกิดขึ้นจากบรรดาแฟนหนังที่เสนอความคิดที่ว่า ทำไมไม่เอาผีซาดาโกะมาปะทะกับผีคายาโกะดูล่ะ ปรากฏว่าไอเดียดังกล่าวเข้าตาสตูดิโอจนท้ายที่สุดโปรเจ็คนี้ก็เกิดขึ้นมาจริงๆ! 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหนังเล่าเรื่องราวของ “ยูริ” ที่เพื่อนเธออย่างนัตซึมิ ขอร้องให้ช่วยอัดวิดีโอเทปงานแต่งงานให้ หลังจากที่เธอไปซื้อเครื่องเล่นวิดีโอมาจากร้านขายของเก่า ปรากฏว่าในเครื่องนั้นมีวิดีโอเก่าๆไม่มีฉลากอยู่ บังเอิญนัตซึมิก็ได้ดูวิดีโอนั้นและหลังจากดูวิดีโอจบก็มีโทรศัพท์ที่ไม่มีหมายเลขปลายทางโทรเข้ามา หลังจากนั้นผีสาวผมยาวก็ปรากฏตัวขึ้นและหายไป 

ส่วนสึซึกะ ทาคากิได้ย้ายบ้านมาใหม่ ซึ่งบ้านของเธออยู่ตรงข้ามกับบ้านร้างที่เคยเกิดเหตุฆาตกรรมพ่อแม่ลูก 3 คน และว่ากันว่าใครก็ตามที่ย่างกรายเข้าไปในบ้านหลังนั้นก็จะมีอันเป็นไปทุกราย หลังจากไปโรงเรียนได้ไม่กี่วันสึซึกะก็พบว่าเด็กชายวัยประถมที่เธอเคยเจอที่หน้าบ้านหลังนั้นได้หายตัวไปอย่างลึกลับ สึซึกะก็ค้นพบว่าจริงๆแล้วบ้านหลังนั้นกำลังเรียกหาเธออยู่ 

ความพยายามที่นัตซึมิจะปลดคำสาป เธอจึงเดินทางไปขอให้บรรดาร่างทรงช่วย แต่กลายเป็นว่าความร้ายกาจของซาโดโกะนั้นมีพลังกว่าที่คิด ยูริได้พบกับเทโซร่างทรงที่คิดแผนการประหลาดด้วยการวางแผนให้ยูริกับสึซึกะดูวิดีโอต้องคำสาปในบ้านต้องคำสาปเพื่อให้สองผีมาเจอกันเพื่อแย่งชิงวิญญาณของทั้งสอง 

ในส่วนของกลิ่นอายและบรรยากาศในหนังนั้น หนังยังคงไว้ซึ่งบรรยากาศเย็นยะเยือกและการปรากฏตัวของซาดาโกะนั้น เรียกได้ว่ายังสร้างความไม่น่าไว้วางใจได้ดี ทางฝั่งคายโกะก็ส่งลูกชายอย่างโทชิโอะออกมาจัดการและหลอกหลอนในช่วงต้นเรื่อง แต่สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดก็คือสิ่งที่คนดูคาดหวังกับการที่ผีทั้งสองตนจะมาปะทะกันจริง หนังก็ใกล้จะจบเต็มที แถมช่วงเวลาที่ผีทั้งสองตีกันก็สั้นมากจนไม่หนำใจ

อย่างไรก็ตาม Sadako vs Kayako เป็นหนังในกลุ่มที่มีไอเดียเริ่มต้นที่น่าสนใจ แต่พอกลายเป็นหนังจริงๆแล้ว หนังเสียเวลากว่าค่อนเรื่องในการ “เล่าเรื่องที่คนดูรู้ดีอยู่แล้ว” ซ้ำ นานจนเกินไปและไฮไลท์ของตัวเองไม่ดีเท่าที่ควร แม้ว่าตอนจบจะเป็นอะไรที่จัดได้ว่า “บ้าบอ” มากก็ตาม 

(Visited 37 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *