รีวิว หมอลำมาเนีย – กลอนลำม๊วนม่วนผสมลูกบ้า

เมื่อ บักสเตอ (ทัศนีย์ สมบัติธีระ)บักอาจ (ก้องศิลป์ ฟ้าล่วงบน) และจารย์สิน(ดร.ทวิทย์ สิทธิ์ทองสี) สามบักหำหัวใจหมอลำแห่งบ้านล้านกะโป๋คิดตั้งวงหมอลำไฮบริดท่ามกลางเสียงคัดค้านของชาวบ้าน ในขณะเดียวกันพวกเขายังต้องเคลียร์ปัญหาคาหัวใจทั้งแนวแอบรักครูจัน (ปิยธิดา มิตตัสสา)ครูสาวแสนสวยในโรงเรียนที่สเตอสอนอยู่ ปมขัดแย้งความฝันกับพ่อของบังอาจ หรือรักเก่าที่ยากจะลืมของจารย์สิน แต่แม้อุปสรรคมากมายแต่ทั้ง 3 บักหำก็ยังมุ่งมั่นที่จะตั้งวงหมอลำและได้โชว์ในงานบุญ ล้านกะโป๋ทาเลนต์ของหมู่บ้าน งานนี้ไปเอาใจช่วยพวกเขาได้ในโรงภาพยนตร์เด้อ  

เดิมที หมอลำมาเนีย มีที่มาจากโครงการวิจัยของ นันทวุธ ภูผาสุข ที่ได้รับเงินทุนจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นและกระทรวงวัฒนธรรมโดย นันทวุธ เหมาหน้าที่ทั้งเขียนบท กำกับ ถ่ายภาพและตัดต่อหนังเองทั้งหมดตามประสาคนทำหนังอินดี้โดยได้รับการสนับสนุนจาก ฟินวิ่วสตูดิโอที่มีผลงานสร้างหนังสั้นในภาคอีสานมามากมายและกู่แคนไทบ้านผู้สร้างงานศิลป์ที่นำโดย ก้องศิลป์ ฟ้าล่วงบน นักแสดงนำที่เป็นนักร้องวง กู่แคนสคูล เพลงหมอลำยุคใหม่ ซึ่งข้อดีหลักๆที่ผมมองเห็นเลยคือหนังสามารถผสมผสานการให้ความรู้เรื่องการร้องหมอลำที่มีความแตกต่างกันได้อย่างไม่ยัดเยียด โดยคนดูจะได้รับผ่านตัวละคร  บักสเตอ ที่เป็นคนอีสานพลัดถิ่นแล้วได้กลับมาบ้านอีกครั้ง และกลอนลำแบบต่างๆก็ถ่ายทอดอย่างรู้จริงผ่าน บักอาจ และจารย์สิน ที่ทั้งเสียงร้องของก้องศิลป์และเสียงแคนของ ดร.ทวิทย์ สอดประสานกันได้อย่างลงตัวจนกลายเป็นฉากหนึ่งที่น่าจดจำในหนัง

พร้อมๆกับการสอดแทรกข้อมูลวิจัยอย่างทัศนคติการเปิดรับเพลงหมอลำของชาวอีสานที่คนรุ่นเก่ามองเพลงหมอลำรุ่นใหม่ไปในทางเสื่อมเสีย ซึ่งบทหนังก็ใช้ประโยชน์จากข้อมูลส่วนนี้มาสร้างปมขัดแย้งของเรื่องราวได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว พร้อมๆกับบรรดาลูกบ้าที่ นันทวุธ ประเคนใส่คนดูทั้งการสร้างฉากแฟนตาซีกระดาษกระจายในการเจอกันครั้งแรกของครูจันกับบักสเตอ รวมถึงการตัดต่อและการเล่นกับเสียงประกอบในหลายๆฉากเพื่อสร้างความหฤหรรษให้กับเรื่องราวทำให้หลายฉากดูแล้วอดนึกถึงหนังอย่าง Suckseed ห่วยขั้นเทพ ไม่ได้เลย

แต่กระนั้นก็ใช่ว่าหนังจะไม่มีจุดบอดเสียเลยตรงกันข้ามหนังกลับมีช่องโหว่ในหลายจุดเลย ที่ชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็นการที่หนังพยายามยัดเยียดปมหลายปมมากเกินไปแถมจัดการได้ไม่ดีเอาเสียเลยทั้งปมรักสามเศร้า หรือกระทั่งจุดใหญ่ที่สุดคือการรวบรวมนักดนตรีในวงหมอลำที่หนังเล่าได้ขาดความต่อเนื่องมากๆแถมบทสรุปยังไปหักล้างสิ่งที่หนังได้บอกข้อมูลไปก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้หนังยังไปเสียเวลาเล่าปมของตัวละครที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นหลักของเรื่องทำให้หลายฉากหลายตอนขาดที่มาที่ไป แต่หนังก็เอาตัวรอดได้ด้วยสีสันของการแสดงและมุกตลกที่ได้ผลของหนังนั่นเอง

ว่ากันถึงนักแสดงคงต้องชื่นชมการมีอยู่ของ ก้องศิลป์ ฟ้าล่วงบน หมอลำหนุ่มผมยาวที่สามารถถ่ายทอดบทบาทบักอาจได้อย่างมีเสน่ห์ และยังได้โชว์เสียงร้องในเพลงประกอบหนังหลายเพลงที่ต้องบอกว่างานนี้ได้มีอินจนดูหนังจบต้องหามาฟังกันแทบไม่ทันแน่ๆ ส่วนนักแสดงสมบทอย่าง โอห์ม ทัศนีย์ นักร้องนำวง ทูพีลส์อาฟเตอร์มีล แห่งค่ายสมอลรูมก็รับบทบักสเตอได้รั่วดี ส่วน ดร.ทวิทย์ หรือ เน่า วงโปงลางสะออน ก็สามารถบรรเลงเพลงแคนได้อย่างเพราะพริ้งน่าฟังทั้งเรื่อง และเป็นอีกครั้งที่หัวใจของหนุ่มๆคงหลุดลอยไปอีสานอีกครั้งกับ น้องหญิง ปิยธิดา นางงามหลายเวทีที่มีรอยยิ้มพิมพ์ใจเหลือเกิน พูดง่ายๆว่าสวยไม่แพ้บรรดานางเอกหนังกลุ่มไทบ้านที่ผ่านมาแน่นอน

เอาเป็นว่า หมอลำมาเนีย เหมาะกับใครที่อยากหาหนังเบาสมองเคล้าเพลงหมอลำไพเราะๆดูคลายเครียด มิหนำซ้ำหนังก็ยังมีลูกบ้าในการคิดซีนแปลกๆทำให้หนังดูสนุกอยู่หลายซีนเหมือนกัน แม้ว่าหนังจะไปเสียคะแนนกับช่องโหว่ของบทหนังมากไปหน่อยก็ตาม

(Visited 67 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *