วิจารณ์ Prince of Persia : The Sands of Time

ภาพยนตร์ที่สร้างมาจาก “เกม” น้อยเรื่องที่จะประสบผลสำเร็จทางด้านรายได้ หรือมีภาคต่อๆ กัน ยกเว้นเรื่อง Resident Evil เรื่องเดียวเท่านั้นที่ตอนนี้พัฒนาไปถึงภาคที่ 4 แล้ว แต่ถึงกระนั้นนักวิจารณ์ที่เป็นเกมเมอร์ก็มักเข้ามาต่อว่าต่างๆ นานา เพราะว่าหนังที่สร้างมาจากเกมส่วนใหญ่นั้น เหมือนจะยืมตัวละครจากเกมนั้นๆ มาเท่านั้น ส่วนเนื้อเรื่องก็แต่งกันขึ้นใหม่ หรือไม่เหมือนเนื้อเรื่องในเกมเลยแม้แต่น้อย ทำให้หนังประเภทนี้มักถูกแอนตี้จากพวกเกมเมอร์ทั้งหลาย และภาพยนตร์เรื่องล่าสุดที่ถูกสร้างมาจากเกมก็คือ Prince of Persia : The Sands of Time (เจ้าชายแห่งเปอร์เซีย : มหาสงครามทะเลทรายแห่งกาลเวลา) หรือที่นักเล่นเกมเรียกกันติดปากว่าเกม “ปรินซ์ ออฟ เปอร์เซีย” นั่นเอง ใครจะไปรู้ว่า เกมดังในอดีต ถ้าย้อนไปก็น่าจะประมาณ 30 ปีมาแล้วเห็นจะได้ ที่ดังมาจนถึงปัจจุบันจะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ขึ้นมาอีก ผมยังจำได้ในสมัยที่ได้เล่มเกมนี้ครั้งแรกในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผมยังไม่ผ่านด่านแรกเลย ตัวเอกของเรื่องคือเจ้าชายแห่งเปอร์เซียมีความสามารถในการใช้ดาบ และการกระโดดแบบว่าขั้นเทพเลยทีเดียว ไมค์ นีเวลล์ (Mike Newell) ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ อาจหวนคิดถึงเกมสมัยวัยเด็กของเขาก็ได้ เลยเลือกที่จะนำเกมนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์ของเขา หลังจากที่เขาเคยสร้างภาพยนตร์ที่โด่งดังมาแล้วอย่าง Harry Potter and The Goblet Of Fire หรือชื่อภาษาไทยว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับถ้วยอัคนี หลังจากที่ทราบข่าวมาว่า เกมจากเรื่อง ปรินซ์ออฟเปอร์เซีย จะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ในช่วงแรกๆ นั้นผมก็รู้สึกเฉยๆ อาจจะเป็นเพราะอย่างที่บอกไว้ในย่อหน้าแรก ภาพยนตร์ที่ถูกสร้างมาจากเกมดูไม่ได้สักเรื่อง แต่พอหนังเรื่องนี้บอกว่าสร้างโดยทีมงานของภาพยนตร์ Pirates of the Caribbean โดยเฉพาะบทของ Jack Sparrow นั้นผมชอบมากจริงๆ ยังติดตาอยู่ทุกวันนี้เลย และยิ่งหันไปมองผู้กำกับอย่าง ไมค์ นีเวลล์ แล้วก็โอเคเลยทันที ไม่พลาดแน่เรื่องนี้ Prince of Persia : The Sands of Time เป็นเรื่องของเจ้าชายแห่งเปอร์เซีย (แจ๊ค จิลเลนฮาล) ต้องมาร่วมมือกับเจ้าหญิงผู้ลึกลับ (เกมม่า อาร์เทอตัน) อย่างไม่เต็มใจนัก โดยพวกเขาต้องผจญภัยไปด้วยกันพร้อมทั้งต่อสู้กับอำนาจมืดอันชั่วร้ายทั้งหลาย เพื่อปกป้องกริชโบราณที่สามารถปลดปล่อยพลังของ “ทรายแห่งกาลเวลา” เครื่องมือของเทพเจ้าที่สามารถย้อนเวลากลับได้ตามต้องการ และทำให้ผู้ที่ได้ครอบครองมีความเป็นอมตะและมีอำนาจสูงสุดที่จะสามารถครอบครองโลกนี้ได้ การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่เพื่อปกป้องและแย่งชิงพลังของ “ทรายแห่งกาลเวลา” จึงเกิดขึ้น แล้วก็อย่างที่บอกไว้ เนื้อเรื่องของเรื่องนี้ไม่เหมือนในเกมที่เคยเล่นมาเลย แต่ต้องยอมรับถึงการถ่ายทำและฉากที่อลังการงานสร้างของเรื่องนี้ ไม่แพ้เรื่อง Pirates of the Caribbean เลยครับ ฉากสวยดูยิ่งใหญ่่ตระการตาคุ้มค่ากับเงินที่เสียเข้าไปดู นักแสดงนำอย่างเจ้าหญิงเทมิน่า ที่แสดงโดย เกมม่า อาร์เทอร์ตัน (Gemma Arterton) เธอแสดงในมาดเจ้าหญิงผู้เลอโฉมได้สวยงามมาก หยิ่งในศักดิ์ศรีของตังเอง ถึงจะดูเธอสวยสู้ตอนที่เธอเล่นเรื่อง Clash of the Titans ที่เล่นเป็นเจ้าหญิงไอโอไม่ได้ แต่สำหรับบทเจ้าหญิงแล้ว ผมว่าเธอเหมาะสมที่สุดแล้วครับ กับตัวเอกของเรื่องอีกคนที่เป็นพระเอกอย่างเจ้าชายดัสตาน แสดงโดย แจ๊ค จิลเลนฮาล (Jack Gyllenhaa) ดูเท่มากเลยครับ เรื่องนี้แจ๊คของเรากระโดดเป็นกบเลยครับ กระโดดทั้งเรื่อง ด้วยคาแร็คเตอร์ของเจ้าชายแห่งเปอร์เซียแล้ว แจ็คก็ตีบทกระจุย เขาแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง The Day After Tomorrow จากนั้นก็ได้เล่นภาพยนตร์อีกหลายเรื่องเหมือนกัน และเขาก็มาดังสุดๆ ในภาพยนตร์ประเภท ชายรักชาย ในเรื่อง Brokeback Mountain ส่วนนักแสดงสมทบคนอื่นๆ อย่าง ซิค อามาร์ แสดงโดย อัลเฟรด โมลินา (Alfred Molina) แม้ว่าเหมือนตัวประกอบธรรมดา เพราะว่ามีฉากน้อยสุด แต่ก็แสดงได้ดีครับ แววตาซื่อๆ ที่อยากได้บัลลังก์เลยโดนหลอกใช้ ส่วนผลงานสร้างชื่อเสียงของอัลเฟรดก็คือเรื่อง The Pink Panther 2 และเรื่อง Spider Man 2 ที่รับบทเป็นดอกเตอร์อ็อคโตปุส ส่วนผู้ที่แสดงเป็น นีแซม ก็คือเบน คิงส์ลี่ย์ (Ben Kingsley) กับเรื่องล่าสุดที่เขาเล่นคือ Shutter Island รับบทเป็นดอกเตอร์ลีย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากสวยๆ เยอะ ยิ่งเป็นฉากทะเลทรายด้วยแล้ว ไม่เคยเห็นทะเลทรายที่ไหนสวยเท่าเรื่องนี้มาก่อนเลย เทคนิค CG ก็โอเค ฉากที่ตัวพระเอกวิ่งไปตามหลังคาหรือสถานที่ต่างๆ ยอดมาก เห็นแล้วก็ทำให้คิดถึงฉากในเกมเลย แต่ผมสงสัยอยู่อย่างเดียวครับ ฉากอะไรๆ ก็ดีหมด แต่อาวุธสุดยอดอย่าง “กริชย้อนเวลา” นั้น ทำไมมันดูก๊องแก๊งจัง เปิดจุกอยู่ด้านบนมีหลอดแก้วใสๆ อยู่ตรงด้ามจับ แต่ดันกดจุกบนหัวได้อีก แปลกดีเน้อ ฉากที่ผมชอบมีหลายฉาก ฉากอลังการต่างๆ นี้ชอบอยู่แล้ว แต่ฉากที่เป็นแบบบ้านๆ พื้นเมืองก็คงเป็นฉากแข่งนกกระจอกเทศ แปลกดีดรับ อยากไปเห็นของจริง จริงๆเลยครับ สรุปแล้วมหากาพย์ภาพยนตร์ แอ็คชั่น ผจญภัย เรื่องนี้ จะถือว่าเป็นหนังฟอร์มยักษ์แห่งปีก็ว่าได้ เปิดตัวที่อเมริกา 60 ล้าน แม้ว่าสู้ยักษ์เขียวอย่าง THE HULK ไม่ได้ แต่คิดว่ารายได้รวมน่าจะเกิน 100 ล้านแน่นอน และคงจบอย่างสมบูรณ์แล้ว คงไม่มีภาคต่อ และก็เป็นบทพิสูจน์อีกเรื่องหนึ่งที่ว่าหนังที่สร้างมาจากเกมนั้นจะไม่ดีทุกเรื่องเลยเหรอ จะเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ คงต้องรอให้เข้าไปพิสูจน์กัน

(Visited 39 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *