วิจารณ์หนัง My Valentine แล้วรัก…ก็หมุนรอบตัวเรา

ยังคงป้วนเปี้ยนกับวันวาเลนไทน์ หลังจากที่ประสบผลสำเร็จจากภาพยนตร์เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์เมื่อปีที่แล้ว “Before Valentine ก่อนรักหมุนรอบตัวเรา” สามหนุ่มผู้กำกับซึ่งประกอบไปด้วย คุณทรงศักดิ์ มงคลทอง (วุ้น), คุณพรชัย หงษ์วัฒนาภรณ์ (พิ้งค์) และคุณเสรี พงศ์นิธิ (โหน่ง) ก็ร่วมกันทำภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์อีกที ในชื่อเรื่องว่า My Valentine แล้วรัก…ก็หมุนรอบตัวเรา สำหรับผู้กำกับทั้งสามท่านนี้ หลายคนคงพอรู้จักกันดีแล้ว เพราะว่าผมเคยเขียนถึงสามผู้กำกับนี้ในตอนที่เขียนบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่อง “Before Valentine ก่อนรักหมุนรอบตัวเรา” ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถ้าใครพลาดไม่ได้อ่าน ผมก็ขออนุญาตกล่าวถึงผู้กำกับทั้งสามท่านนี้อีกครั้งหนึ่งก็แล้วกันนะครับ คุณทรงศักดิ์ มงคลทอง (วุ้น) ผู้กำกับคนนี้เคยฝากผลงานการกำกับมาแล้วจากเรื่อง “ผีจ้างหนัง” เรื่องนี้ดูแล้วขนลุกครับ ทำได้ดีมาก ส่วนคุณพรชัย หงษ์วัฒนาภรณ์ (พิ้งค์) คนนี้เคยมีงานกำกับเรื่อง “ทวารยังหวานอยู่” เรื่องนี้มุขควายดีครับ ไม่ได้ว่านะครับ แต่คำโปรโมทหนังใช้คำนี้จริงๆ อย่างเช่น มุขที่บอกว่า “บัดซบ” ก็จะมีคุณสมบัติ เมทะนีวิ่งมาซบ ส่วนผู้กำกับคนสุดท้าย คุณเสรี พงศ์นิธิ (โหน่ง) คนนี้ชอบทำหนังผีอย่าง “ลองของ” หรือ “สะใภ้บรื๋อ” ก็ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือการกำกับของคุณโหน่งทั้งนั้น พอทั้งสามร่วมมือกันกำกับหนังรักเรื่องแรกอย่างเรื่อง “Before Valentine ก่อนรักหมุนรอบตัวเรา” จึงเป็นที่ฮือฮามาก เรื่อง “My Valentine แล้วรัก…ก็หมุนรอบตัวเรา” จึงตามติดมาอีกเรื่อง My Valentine กล่าวถึงสาวสวยหมวยคนหนึ่งอาชีพขายประกันชีวิต แต่เธอไม่ชอบวันวาเลนไทนเท่าไหร่นัก เพราะว่าวันนี้คนอื่นๆ เขามีคู่กันหมด เดินเที่ยวกระหนุงกระหนิงกัน ส่วนตัวเธอกลับไร้คู่ ก็เลยทำแต่งาน แล้วไม่รู้ว่านรกชังหรือสวรรค์แกล้ง ที่จู่ๆ ก็มีหนุ่มมาให้เลือกถึง 3 สไตล์ แบบ “ตรงใจ” “โดนใจ” และ “จริงใจ” แต่สุดท้ายแล้วเธอก็… (ไปดูกันเอาเอง) โดยรวมของตัวหนังเรื่องนี้แล้วดูไปดูมาก็เหมือนกับดูหนังสั้น 3 ตอนด้วยกัน เพราะว่าในเรื่องเหมือนเรื่องเดียวกัน แต่เป็นเหตุการณ์ที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจน คนดูสามารถแบ่งดูเป็นช่วงๆ ได้ ซึ่งคนดูไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจุดสุดท้ายของเรื่องมันอยู่ตรงไหน รู้แต่ว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องคือวันแห่งความรักหรือที่เรียกว่าวันวาเลนไทน์นั่นเอง ตอนแรกรักแบบ “ตรงใจ” ในเรื่องนี้มายด์ (มัณฑิตา วัฒนกุล-มิ้น) เล่นคู่กับมิค (วสุ แสงสิงแก้ว-จิ๊บ) ทั้งสองคนเล่นได้เข้าขากันดี ไหลลื่นไปตามบทอย่างไม่มีที่ติ แม้ว่าคุณจิ๊บจะห่างเหินจากหน้าจอไปนาน (ปัจจุบันเป็นข้าราชการฝ่ายการทูต กรมสารนิเทศ) แต่ความเก๋าในฐานะนักร้องนำวงพลอยวงสตริงดังในอดีตก็ทำให้แฟนคลับเก่าๆ ของวงพลอยหายคิดถึงไปได้บ้างพอสมควรกับหน้าหล่อๆ ภายใต้ฉายา “จิ๊บ ร.ด.” เรื่องในส่วนนี้จะกล่าวถึงรักที่ดีเกินไป รวยดี เท่ดี ไฮโซดี แต่หาเวลาอยู่ด้วยกันไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยมีเวลาเป็นของตนเอง แม้ว่าจะเป็นรักที่ตรงใจ แต่ว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้บ่อยๆ ก็คงต้องมีการหวั่นไหวเหมือนกัน และสุดท้ายก็ต้อง… (ให้คำนิยามว่า “คุณดีเกินไป” ได้ดีจริงๆ ตอนที่สองรักแบบ “โดนใจ” เมื่อดีเกินไปแล้วผู้หญิงไม่ชอบ ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า อย่างนั้นเธอชอบคนไม่ดีเหรอ ด้วยคำถามนี้ก็เลยเกิดตอนนี้ขึ้นมา ในตอนนี้คุณมิ้นต้องเล่นคู่กับคุณกฤษณ์ (กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์-กฤษณ์) รับบทเป็นอาร์ต สำหรับตัวคุณกฤษณ์ก็เป็นนักแสดงฝีมือดีอีกคนหนึ่ง งานที่ผ่านๆ มาอย่างเช่น บุปผาราตรี ทั้งภาค 1 และภาค 2 รวมถึงเรื่อง ไฉไล ก็คงรับประกันคุณภาพในการแสดงของคุณกฤษณ์ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับส่วนตัวผมแล้วผมไม่ชอบในตัวคุณกฤษณ์ที่แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือ “เสียง” ครับ คุณกฤษณ์มาดแมนมากเลยครับ แต่เสียงหวานไปหน่อยก็เลยดูขัดๆ กับบุคลิกที่เล่นเรื่องนี้ ต้องเป็นคนกวนๆ ไม่ดีพอ ประมาณเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ไม่สนใจคนอื่น ส่วนคุณมิ้นเล่นตอนนี้ได้ใจเลยทีเดียว เรียกว่าตัวแสดงกับตัวจริงน่าจะเป็นคนๆ เดียวกันเลยด้วยซ้ำ ในตอนนี้ยังมีภาพอนิเมชั่นเสริมเข้ามาอยู่หลายช่วงด้วยกัน ก็แปลกไปอีกแบบนะครับ ขอชมว่า อนิเมชั่นดูดีครับ แต่คนอื่นจะชอบหรือเปล่าไม่รู้ เพราะเคยมีหนังรักที่มีอนิเมชั่นเรื่องหนึ่ง (ที่แบ่งเป็นสี่ตอนเหมือนกัน) เรื่องนั้นก็มีอนิเมชั้นออกมาตอนท้ายๆ แต่คนดูไม่ชอบ ก็โดนสับเละไปเลย ตอนที่สามรักแบบ “จริงใจ” ในตอนนี้ได้น้องสุวิกรม อัมระนันทน์-เปอร์ มารับบท กล้อง เด็กหนุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันกับมายด์ ในด้านการแสดงเปอร์เล่นเป็นธรรมชาติดีแล้ว แต่ขอแซวน้องเปอร์นิดๆ นะครับ (อย่าว่าพี่นะ หยอกเล่น) หัวน้องมันเหลี่ยมมากเลย ตัดผมสั้นๆ ดูทีไรก็นึกไปถึงเรื่อง Final Score 365 วัน -ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ที่น้องเปอร์เคยเล่นไว้ มันเหมือนเป็นลุคเดิมของน้องเลย ไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับคุณมิ้น ดูนามสกุลก็น่าจะรู้นะครับ เพราะเธอเป็นทายาทของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างคุณโกวิทย์ วัฒนกุล หลังจากที่เธอคว้ารางวัลรองอันดับสามจากการประกวด ทรู อะคาเดมี แฟนเทเซีย ฤดูกาลที่ 3 งานก็เข้าหาเธอตรึมเลย เธอเคยผ่านการแสดงละครเวทีมาแล้วหลายครั้ง เล่นละครมาแล้วหนึ่งเรื่อง และได้มาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกครับ ถึงแม้จะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกแต่การแสดงก็ดีเกินคาดเลยทีเดียว ยังมีนักแสดงอีกสองคนที่ขอเอ่ยถึงหน่อยคือคุณอรอานิญช์ พีรชาขจรพัฒน์ (แก้ว) รับบทเป็นพิซซ่า คู่หู่กับติ๊ด (ธนาวัฒน์ ประสิทธิ์สมพร-นุ้ย) สำหรับคุณนุ้ยนั้นผมยอมรับตามตรงว่าเคยเห็นตัวจริงครั้งแรกในหนังเรื่องนี้ หลังจากเคยฟังคลื่น EFM ที่คุณนุ้ยเป็นดีเจมาก็หลายครั้ง คุณนุ้ยเล่นเรื่องนี้ได้อินมากเลยครับ เหมือนมาก.. อ่อ ยังมีนักแสดงอีกสองคนที่ตามมาจากเรื่องที่แล้ว เห็นหน้าก็คงฮา อยากรู้ว่าเป็นใครก็คงต้องฝากให้ดูเองดีกว่านะครับ เรื่องของเพลงประกอบอย่างเพลง “ใคร” ผมก็ชอบนะครับ เพลงนี้เป็นเพลงของคุณบอย โกสิยพงษ์ คนๆ นี้แต่งเพลงรักได้เก่งมากๆ ครับ เรียกว่าขั้นเซียนเลยทีเดียว ดีใจครับที่ได้ยินเพลงนี้ในภาพยนตร์เรื่องนี้อีกครั้ง บทสรุปของหนังเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรผมคงบอกตรงนี้ไม่ได้ เดี๋ยวไปดูแล้วจะไม่สนุกเอา… และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าเรื่องหน้าของสามผู้กำกับเรื่องนี้ จะนำเอาวันวาเลนไทน์หมุนไปทางไหนอีก แต่เอาเป็นว่าไม่ว่าความรักของคุณจะเป็นแบบไหน ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็สื่อออกมาได้มุมมองที่ดีทีเดียว บางฉากบางตอนก็ยังแทรกมุขตลกออกมาบ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่เยอะก็ตาม มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้คือ หนังเรื่องนี้มันยาวมาก (นั่งดูซะเมื่อยเลย) ผมว่าหนังประมาณนี้ตัดออกบางช่วงบางตอนอย่าให้มันยาวเท่านี้ก็น่าจะดีกว่านะครับ วันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันตรุษจีนพอดี… ใครที่ว่างๆ ได้อั่งเปาแล้วผมอยากให้คุณพาคู่รักเข้าไปดูหนังเรื่องนี้กันดีกว่านะครับ แล้วจะได้รู้ว่าความรักของคุณเป็นแบบไหน ตรงใจ… โดนใจ… หรือจริงใจ…

(Visited 19 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *