วิจารณ์หนัง Death Note จากมุมมองคนเคยอ่านและไม่เคยอ่านการ์ตูน

มุมมองจจากคนเคยอ่านหนังสือการ์ตูน Death Note สมุดโน้ต กระชากวิญญาณ จากการ์ตูนสุดฮิต… สู่ภาพยนตร์สุดสนุก..!! คอลัมน์ ชีวิตการ์ตูน ของเราเคยเขียนถึง Death Note หนังสือการ์ตูนชุดเรื่องยาวยอดฮิตระเบิดระเบ้อเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่นที่ระบาดข้ามเข้ามาในเมืองไทยอย่างรวดเร็วและรุนแรงไปแล้วมากกว่า 1 ครั้งขึ้นไปซึ่งในแต่ละครั้งก็เป็นการเล่าถึงเรื่องราวการห้ำหั่นกันอย่างถึงพริกถึงขิงของ 2-3 อัจฉริยะผู้กุมอนาคตของสังคมมนุษย์บนโลกว่าจะสวยงามเลิศเลอแต่ต้องตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของใครคนใดคนหนึ่งหรือจะมีส่วนที่แหลกเหลวบ้างมีส่วนที่ดีงามบ้างแต่เป็นไปตามยถากรรมอย่างที่เคยเป็นมา (คล้ายๆ กับว่าผู้เขียนจะต้องการแทรกข้อดีข้อเสียและความแตกต่างระหว่างระบอบคอมมิวนิสต์และระบอบประชาธิปไตยให้ผู้อ่านได้ขบคิดกันยังไงก็ไม่รู้) แต่ที่แน่ๆ เมื่อรวมปัจจัยของเรื่องราวที่มีไอเดียแปลกใหม่และน่าติดตามกับปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะลายเส้นและคาแร็คเตอร์ตัวการ์ตูนที่สวยงามของนักเขียนฝีมือเยี่ยมยอดอย่าง ทาเคชิ โอบาตะ ผู้ฝากผลงานเลื่องชื่อไว้ในการ์ตูนเรื่อง ฮิคารุ เซียนโกะ แล้วทำให้การ์ตูนเรื่อง Death Note กลายเป็นการ์ตูนสุดสนุกและน่าติดตามมากๆ อีกเรื่องหนึ่งสำหรับนักอ่านการ์ตูนไปอย่างง่ายดายและรวดเร็วอย่างกับโรคระบาดอย่างไรอย่างนั้น ซึ่งความสนุกของ เดธโน้ต (Death Note) ฉบับหนังสือการ์ตูนที่สามารถสร้างปรากฏการณ์ยอดขายได้สูงสุดถึงกว่า 15 ล้านฉบับนั้นล่าสุดได้กลายมาเป็นภาพยนตร์ฉบับคนแสดงบนแผ่นฟิล์มอย่าง Death Note สมุดโน้ต กระชากวิญญาณ ที่ออกฉายเปิดตัวถล่มทลายด้วยสถิติอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศประเทศญี่ปุ่นไปด้วยรายได้ถึง 157 ล้านบาทภายในระยะเวลาเพียง 3 วันเท่านั้นไปเรียบร้อยโรงเรียนยุ่นแล้ว และแน่นอน… เมื่อคอการ์ตูนอย่างผมได้มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Death Note สมุดโน้ต กระชากวิญญาณที่นำเข้ามาจัดฉายในบ้านเราผมจึงไม่พลาดที่จะรีบไปชมและนำมาเล่าสู่กันฟังครับ… ก่อนอื่นต้องขอสารภาพตรงๆ ก่อนเลยว่าแรกเริ่มเดิมทีนั้นผมไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้เลยว่าจะได้รับความสนุกสนานจากการชมภาพยนตร์เรื่อง Death Note สมุดโน้ต กระชากวิญญาณนี้ได้หรือไม่ เพียงไร เนื่องจากได้อ่านการ์ตูนและทราบเนื้อหาในฉบับการ์ตูนไปเกือบหมดแล้ว หนำซ้ำยังรู้เรื่องเลยเนื้อหาของฉบับภาพยนตร์นี้ไปไกลโขแล้ว และสาระสำคัญของเรื่องเดธโน้ตก็เป็นประเภทที่ว่า ถ้ารู้บทสรุปของมันแล้วก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปติดตามมันอีกแล้วเสียด้วย เช่นเดียวกับถ้าได้ทราบว่า บรูซ วิลลิส ในภาพยนตร์เรื่อง The Sixth Sense นั้นได้ตายไปตั้งแต่ตอนเริ่มเรื่องแล้วนั้นก็จะทำให้อรรถรสความสนุกในการชมภาพยนตร์ลดลงไปอย่างฮวบฮาบกว่ากึ่งหนึ่งหรือเกือบหมดแล้วนั่นเอง แต่แล้วไปๆ มาๆ การได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Death Note สมุดโน้ต กระชากวิญญาณทั้งๆ ที่ได้อ่านและได้รับรู้เรื่องราวในฉบับหนังสือการ์ตูนมาแล้วนั้นกลับได้รับอรรถรสสนุกมากๆ อย่างไม่น่าเชื่อ… เรียกได้ว่าเกินคาดหวังไปมากเลยทีเดียว ทั้งนี้เนื่องจากเรื่องราวในภาพยนตร์มีการเรียบเรียงและตบแต่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รวมไปจนถึงรายละเอียดใหญ่ๆ บางอย่างให้สมบูรณ์และสมเหตุสมผลยิ่งขึ้นชนิดที่ว่าหลายๆ จุดอาจจะพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยทีเดียวว่าทำได้ดีกว่าฉบับหนังสือการ์ตูนเolor=Blue>วัดได้ชัดเจนจากการที่ตัวหนังสามารถทำให้ผู้ที่อ่านการ์ตูนและทราบเรื่องราวทั้งหมดอยู่แล้วดูได้สนุกและลุ้นไปกับการดำเนินเรื่องตลอดกว่า 2 ชั่วโมงเต็มๆ ได้อย่างมีชั้นเชิงเป็นที่สุด ที่สำคัญ… แทบไม่มีส่วนใดๆ ของฉบับภาพยนตร์ที่แหกคอกออกนอกลู่นอกทางไปจากโครงเรื่องหลักของต้นฉบับซึ่งเป็นฉบับหนังสือการ์ตูนมากเสียจนเลอะเทอะเสียเอกลักษณ์ของเดธโน้ตแต่อย่างใด แถมบางส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขไปบ้างนั้นล้วนแล้วแต่เหมาะสมและทำให้สมเหตุสมผลยิ่งขึ้นแทบทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเรื่องราวของภาพยนตร์ Death Note สมุดโน้ต กระชากวิญญาณนี้นั้นจะจบลงตรงเนื้อหาของหนังสือการ์ตูนช่วงฉบับที่ 3 และ 4 แต่ก็น่าจะไม่ได้สร้างความรู้สึกขัดอกขัดใจให้กับผู้ชมที่รู้เรื่องราวจากฉบับหนังสือการ์ตูนให้หงุดหงิดงุ่นง่านใจแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะตัวภาพยนตร์สามารถคลี่คลายประเด็นต่างๆ ที่ควรคลี่คลายลงไปได้เกือบหมด เรียกได้ว่าจบลงได้สมบูรณ์และอิ่มในตัวของมันเอง อีกทั้งยังสามารถทิ้งประเด็นสำคัญที่ชวนให้ผู้ชมมีความรู้สึกอยากติดตามต่อได้อย่างชาญฉลาดอีกต่างหาก… หากใครอ่านและชอบ Death Note ฉบับหนังสือการ์ตูนแล้วล่ะก็… ไม่ควรพลาดชมฉบับภาพยนตร์อย่างเด็ดขาด..!!


มุมมองจจากคนไม่เคยอ่านหนังสือการ์ตูน Death Note: การ์ตูนสุดมันส์ ในคราบของภาพยนตร์ Death Note เป็นเรื่องราวของ “ยางามิ ไลท์” นักเรียนอันดับหนึ่งของประเทศ ผู้พบบันทึกมรณะ (Death Note) โดยบังเอิญ ซึ่งมันมีอำนาจในการฆ่าใครก็ได้ เพียงแค่รู้จักหน้าคนผู้นั้นแล้วเขียนชื่อลงไป ไลท์จึงตัดสินใจจะเปลี่ยนแปลงโลกโดยใช้เดธโน้ตฆ่าอาชญากรคนแล้วคนเล่าภายใต้ชื่อของ “คิระ” (killer) โดยมีนักสืบอย่าง “L” หรือ ” ริวซากิ ” ผู้ปราดเปรื่องอันดับหนึ่งของประเทศอีกคน และทีมงานตำรวจคอยตามล่า ก่อนที่ไลท์จะได้รับการช่วยเหลือจาก “คิระคนที่ 2” ซึ่งเป็นไอดอลสาวที่มาหลงรักเขาอย่าง “มิสะ ” ผู้ได้รับดวงตายมฑูตที่สามารถฆ่าคนได้โดยไม่ต้องถามชื่อ จากการยอมแลกอายุขัยครึ่งหนึ่งของชีวิตกับ ยมทูตเจ้าของบันทึกมรณะของเธอ ผมขอสารภาพตรงๆ ว่า ผมไม่เคยได้อ่าน Death Note ในฉบับของหนังสือการ์ตูนมาก่อน ทำให้ผมไม่มีทีท่าว่าจะอยากดูหนังเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่ด้วยแรงเชียร์ของเพื่อนๆ และจากด้วยหน้าที่การงาน ทำให้ผมเข้าไปนั่งดู และเมื่อได้ดูตั้งแต่ต้น ผมคิดว่า หนังอะไร ทำไมมันถึงน่าเบื่อขนาดนี้ เพราะตั้งแต่ต้นเรื่องจนกลางเรื่อง ประมาณ 1 ชั่วโมง เรื่องดำเนินไปโดยตัวละครหลักแค่สองตัว คือ ไลท์ หรืออีกชื่อคือ คิระ และยมทูต ลุค ซึ่งมันเหมือนกับนั่งดูเด็กที่ได้ของเล่นใหม่มาครอบครอง แต่บังเอิญว่า ของเล่นชิ้นนั้นมันสามารถฆ่าคนได้ด้วยการเขียนชื่อคนคนที่ต้องการให้ตายลงไป ในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ที่ค่อนข้างจะจัดว่ายาว หนังไม่มีอะไรสลักสำคัญ มีแต่เพียงว่า ไลท์ ตั้งตนเป็นศาลเตี้ย คอยกำจัดอาชญากรต่างๆ ด้วยสมุดโน๊ต โดยการตายของแต่ละคนก็ไม่มีอะไร เพียงแค่เขาเขียนชื่อลงไป พอภาพตัดไปที่อาชญากร ก็มี sound effect ตูมมมม แล้วก็หัวใจวายตาย เป็นแบบนี้อยู่นานมาก จนผมและคนดูหลายๆ คนข้างๆ ผมชักง่วง (ซึ่งก็คือเพื่อนๆ ที่ยังไม่ได้อ่านการ์ตูนเหมือนผม) ซึ่งการเดินเรื่องแบบยอ่านการ์ตูนมาก่อนเบื่อได้ และมันอาจจะเป็นการดึงเวลาที่ชัดเจนจนเกินไปที่จะทำให้คนดูรู้ว่าหนังมีภาคต่อ แต่หลังจากตัวละครเอกอีกตัวที่ชื่อ L หรือ ริวซากิ โผล่ออกมา ความคิดของผมก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากความง่วงและเบื่อ เปลี่ยนเป็นความสนุก ตื่นเต้น และอยากติดตามหนังเรื่องนี้ต่อ เพราะเหมือนกับว่า L ออกมาเพื่อแสดงความสามารถของศัตรูที่เก่งฉกาจของ ไลท์ ทำให้ ไลท์ ที่กำลังผยองในความสามรถของตัวเอง เริ่มรู้สึกว่า มีคนที่ความสามารถสูสีกับเขาเข้ามาทำให้รู้สึกหวาดหวั่น ตัว L และความสามรถในการติดตามของเขานี่เองที่เป็นตัวดึงความเข้มข้นของเนื้อหาออกมา ผมเริ่มเห็นถึงความฉลาดและเลือดเย็นในการกำหนดวิธีการฆ่าคนและการหลบหลีกการถูกติดตามจาก L ของ ไลท์ ที่ทำให้นึกไปถึงคนเขียนการ์ตูนเรื่องนี้ว่า เขาคิดมันออกมาได้อย่างไร ถึงทำให้ตัวละคร 2 ตัวนี้ เชือดเฉือนกันได้สนุกขนาดนี้ อีกจุดหนึ่งของเรื่องนี้ที่ผมชอบคือ มันไม่ใช่การต่อสู่ระหว่าง พระเอก กับ ผู้ร้าย หรือ ฝ่ายธรรมะ กับ ฝ่ายอธรรม แต่มันเหมือนกับ การต่อสู้ระหว่างคนที่มีความหยิ่งผยองในความสามารถของตัวเอง และมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องจนมุม ไลท์ คิดว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้อง เพราะอาชญากรทุกคนต้องตาย แต่ L กลับคิดว่า สิ่งที่ ไลท์ กำลังทำอยู่ เป็นการท้าทายกฎหมาย และเขาต้องเป็นผู้ที่จะทำให้ ไลท์จนมุม มันเหมือนกับการมีตัวเอกเป็นผู้ร้ายที่มีความฉลาดแกมโกงทั้งสองคนมาต่อสู้กัน ทำห้สถานการณ์สามารถพลิกแพลงได้ตลอดเวลา โดยรวมแล้ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นภาคปฐมบท หรือ intro ของ Death Note ซึ่งมันก็จบได้ดี ทำให้ความกระหายในการอยากดูภาคสองมีมาก และอาจจะลามไปถึงความต้องการอยากรู้เรื่องราวต่อไปของมัน โดยอาจจะทำให้ยอดขายหนังสือการ์ตูนเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ภาพรวมของหนังก็อย่างที่ผมเขียนไป คือ ตอนต้นเรื่อง มันจะเป็นอะไรที่น่าง่วงนอนมากๆ แต่พอตัวละคร L ออกมา หนังก็เปลี่ยนความรู้สึกไปเลย ถ้าจะให้ดาว ผมขอให้แบ่งเป็นสองช่วง คือ ช่วงแรกที่ผมกล่าวถึง ผมให้แค่ 1 ดาวครึ่ง แต่ช่วงหลัง ผมขอให้ 3 ดาวครึ่งเลย บทวิจารณ์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง

(Visited 14 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *