วิจารณ์หนัง โหด หน้า เหี่ยว 966

อยากจะบอกว่าผมก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามงานของ คุณฤกษ์ชัย พวงเพชร (ยอร์ช) มานานแล้วเหมือนกัน เริ่มตั้งแต่เริ่มตั้งแต่ พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า, แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า และ โปงลางสะดิ่ง ลำซิ่งส่ายหน้า จนมาล่าสุด โหด-หน้า-เหี่ยว 966 นี้ จากประสบการณ์ของคุณยอร์ชที่ทำงานทางด้านโปรดิวเซอร์ให้กับรายการตลกทางทีวีมาหลายรายการ จึงทำให้คุณยอร์ชสามารถหามุมมองที่มันทำให้ฮาได้ง่ายๆ เรียกว่าหามุขตลกง่ายกว่าคนปกติทั่วไป บวกกับได้คลุกคลีกับพวกตลกอาชีพอย่างคุณโก๊ะตี๋ อารามบอย คุณค่อม ชวนชื่น และ คุณจตุรงค์ มกจ๊ก ด้วยแล้ว ความฮาจึงลงตัวกันอย่างมาก สำหรับเรื่อง โหด หน้า เหี่ยว 966 นี้ เรามาคุยกันที่เรื่องของบทก่อนก็แล้วกันนะครับ ใน 3 เรื่องแรกที่ผ่านมาของคุณยอร์ช ในเรื่องของบทนั้น นอกจากคุณยอร์ชจะเป็นคนเขียนบทเองแล้ว ยังมีคุณ พิง ลำพระเพลิง พ่วงท้ายมาในฐานะผู้ร่วมเขียนบทด้วยอีกคน จริงๆแล้วผมก็ชอบฝีมือการเขียนบทของคุณพิงเหมือนกันนะครับ มุมมองในด้านฮาๆ ของคุณพิงนั้น ฮาดีครับ แต่ในโหด-หน้า-เหี่ยว นี้ ชื่อคุณพิงหายไป คงเหลือแต่ชื่อคุณยอร์ชเพียวๆ เลย ก็ทำให้ส่งสัยว่า ในเมื่อไม่มีคุณพิงช่วยเขียนบทให้แล้ว มุขของคุณยอร์ชล้วนๆ จะฮาขนาดไหน ในสปอร์ตโฆษณาที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุ และตัวอย่างหนังที่ตัดออกมาให้ดูทางทีวี ก็มีอยู่แค่มุขเดียวซ้ำๆ กันตลอดระยะเวลาในการโปรโมท เหมือนกับว่าจะกักไว้ไม่ให้รู้ว่ามีมุขไหนบ้าง กะเอาฮาในโรงอย่างเดียว อีกมุมหนึ่งผมก็คิดว่าดีนะครับ ไปรู้มุขกันตอนดูหนังเลย ถ้ารู้ก่อนก็จะไม่ค่อยฮาเท่าไหร่นัก แต่ในอีกมุมมองหนึ่งผมกลับมองว่า ในเรื่องนี้ต้องมีมุขฮาน้อยแน่ๆ ถึงได้ออกอากาศแค่นี้ ต่างจาก 3 เรื่องที่ผ่านมา ตัวอย่างหนังบอกมุขมากกว่านี้ แล้วก็ฮากว่านี้ด้วย แล้วในตัวภาพยนตร์จริงๆ ยังตัดบางส่วนของตัวอย่างหนังที่เอามาให้ดูอีกด้วย เรียกว่าในตัวอย่างมีแต่ในภาพยนตร์ไม่มีก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันนะครับ ในด้านการแสดง ตัวแสดงที่คิดว่าน่าจะเด่นๆกลับไม่เด่นเท่าที่ควร เริ่มจากคุณจ๋า (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) ในบทของ กิ๊ฟ ไดมารู เรื่องนี้เปิดตัวเธอได้ดีนะครับสำหรับจ๋าที่ร้องเพลง พูดถึงคุณจ๋าแล้วผมว่า คุณจ๋าทำอะไรแบบติ๊งต๊องๆ ได้น่ารักดีนะครับ แต่หลังเปิดตัวแล้วบทเธอดูไม่เด่นเลย เดินไปเดินมา ทำหน้าเศร้า นอนเตียงโรงพยาบาล ฉากละนิดฉากละหน่อย สู้สองเรื่องที่ผ่านมาของเธอไม่ได้ (คริตกะจ๋า บ้าสุดสุด, แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า) 2 เรื่องที่แล้วมาบทเธอจะเด่นกว่านี้ ส่วนพระเอกของเรา คุณโจ๊ก (อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ) ที่เล่นเป็น เอก บทก็พอๆ กับคุณจ๋า ไม่ใช่ตัวเด่นเลย สู้เรื่องก่อนๆ ที่เคยแสดงมาไม่ได้เช่นกัน (คนผีปิศาจ, อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม) อายๆ ยังไงไม่รู้ถ้าผมจะบอกว่า นอกจากผู้กำกับเรื่องนี้ที่เป็นแรงจูงใจให้ผมอยากดูผลงานชิ้นใหม่ของเขาแล้ว ยังมีแรงจูงใจอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมอยากดูหนังเรื่องนี้ ก็เป็นตัวแสดงตัวน้อยๆ 2 คนนั่นแหละ ติดใจความน่ารักของน้องทั้งสองคนมาจากเรื่อง ดรีมทีม กับเรื่อง อรหันต์ ซัมเมอร์ กับน้อง เซ็น 1 (สรรภวัต สุระเกรียงศักดิ์) และน้อง คิตตี้ (กัจนฐานิยา ศรีโรจน์วัฒนะ) แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้จบก็ผิดหวังนิดหน่อย เพราะว่าผู้กำกับเอาน้องเข้ามาแค่เป็นตัวประดับเฉยๆ บทน้อยมากแถมไม่เด่นอีกต่างหาก เรียกว่าไม่มีก็ได้ไม่เสียเนื้อเรื่องเลย และผมก็ชอบ (เป็นการส่วนตัวนิดนึงนะครับ) นักแสดงที่เล่นเป็นคนที่พูดไม่ชัดน่ะครับ แกพูดไม่ชัดได้ฮามากครับ ฮาทุกเรื่องเลยครับที่แกเล่น บทที่เด่นๆ กลับไปอยู่ที่ หลวงพี่ (จิ้ม ชวนชื่น) ครึ่งนึง และอีกครึ่งไปอยู่ที่ เปี๊ยก ซัมมิท (โก๊ะตี๋ อารามบอย), สอง คลองเตย (จตุรงค์ มกจ๊ก), และมงคล ราม่า (ค่อม ช่วนชื่น) การแสดงของทั้ง 4 คนนี้ถือเป็นเมนหลักของเรื่องทั้งหมดเลย และนักแสดงทั้ง 4 คนนี้ก็แสดงตลกได้ดีอยู่แล้ว เรื่องฮาๆ ทั้งหมดจึงเกิดจาก 4 คนนี้ซะเป็นส่วนมาก ส่วนคุณนุ้ย เชิญยิ้ม บทก็ยังไม่เด่นเท่า 4 คนนี้ มุขตลกต่างๆ ที่นำมาเสนอถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว บางมุขขำมาก บางมุขขำน้อยแต่ก็ยิ้มมุมปากได้ บางมุขไม่ขำเลยจริงๆ แต่ก็ยังยิ้มได้ (ยิมในความไม่ขำ) ส่วนเรื่องคำหยาบในเรื่องนี้ถือว่ามีน้อยมากครับ ดีแล้วครับ เด็กดูเยอะ มีคำหยาบมากไม่ดี เอาขนาดนี้แหละผมว่าดีแล้ว เป็นแบบอย่างที่ดีให้หนังตลกที่จะทำออกมาต่อจากนี้ไป ในแง่ของเนื้อเรื่อง ผมชอบช่วงสุดท้ายนะครับ มีหักมุขเล็กๆ แม้จะเป็นหนังตลกแต่ก็มีหักมุขเหมือนกัน ไม่คิดมาก่อนนะครับว่า จริงๆ แล้วกิ๊ฟ ไดมารู จะเป็นลูกของ(?) เพราะโดยปกติแล้วเวลาผมดูหนังตลก ผมจะไม่ค่อยคิดอะไรมากอยู่แล้ว พอมาเจอเรื่องนี้ เออ…ดีเนอะ มีหักมุขด้วย ช่วงหลังเรื่องพระเอกของเราก็เซ่อซ่า ได้ฮาดี ส่วนในจุดที่แปลกๆ ก็มีหลายจุด แต่เพราะว่าผมคิดเสมอว่ามันเป็นหนังตลกก็ไม่ค่อยคิดอะไรมาก อยากเช่นที่โกศของมะปราง ทำไมสมุดบันทึกถึงไปอยู่ที่โกศมะปรางตรงนั้น เป็นรูอยู่ใครเห็นก็สามารถหยิบไปได้เลย เพราะว่าถ้าไว้อย่างนี้น่าจะหายไปตั้งนานแล้ว แต่นี่สมุดยังใหม่อยู่เลย แปลกดี (ก็บอกแล้วว่าเป็นหนังตลก ฮาๆๆๆ) การถ่ายภาพไม่เน้นภาพสวย เน้นภาพแบบทั่วๆ ไป ผมพยายามนึกภาพที่สวยที่สุดในหนังเรื่องนี้ แต่ก็นึกไม่ออกซะทีว่าภาพไหนมันมีมุมมองที่ดูสวยที่ของเรื่องนี้ ส่วนเพลงประกอบ รู้สึกว่าจะเป็นเพลงเก่าของน้อง อนัน อันวา แต่เอามาร้องใหม่ก็เพราะดีครับ สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ก็ฮาดีนะครับ ผมว่าระดับความฮาอยู่ประมาณเรื่อง โปงลางสะดิ้ง ลำซิ่งส่ายหน้าครับ ถ้าคะแนนเต็ม 5 ผมก็ให้ 3 ครับ เพราะฮาสู้แสบสนิทฯไม่ได้ ผมว่าเรื่องแสบสนิทฯน่าจะฮากว่า การทำภาพยนตร์สักเรื่องหนึ่ง ผมว่าหลักๆ แล้วจะเน้นที่ความบันเทิงมากกว่า แบบว่าดูแล้ว สนุก เศร้า เหงา ซึ้ง กินใจ เฮฮา ตื่นเต้น น่ากลัว ขนหัวลุก สิ่งเหล่านี้คือความบันเทิง ส่วนเรื่องสาระนั้น น่าจะสอดแทรกมาสักประมาณ 20% ก็ดีแล้ว ถ้าภาพยนตร์เรื่องไหนทำสนุก แล้วมีสาระมากๆ นั้นก็ถือว่าเป็นกำไรของคนดูไป แต่ถ้าอยากดูเน้นสาระกันจริงๆ ผมแนะนำให้ไปดู สารคดี ดีกว่าครับ อันนั้นน่าจะได้สาระล้วนๆ หนังตลกก็อย่างนี้แหละครับ มีสาระบ้าง ไม่มีบ้าง แต่อย่างน้อยๆ หนังเรื่อง โหด-หน้า-เหี่ยว ก็มีสาระอยู่บ้าง ในเรื่องของความรักที่เพื่อนมีต่อเพื่อนด้วยกัน ความรักที่พ่อมีต่อลูก และความรักที่ใครสักคนหนึ่งต้องแสดงให้คนที่เขารักเห็นว่า จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนอ่อนแอไม่กล้าสู้…อย่างที่เธอเห็น…

(Visited 42 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *