วิจารณ์ภาพยนตร์ 1408

อย่าแปลกใจ หากคุณจะพบว่า มีสิ่งคุ้นหูคุ้นตามากองพะเนินอยู่ใน1408 เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวเอกต้องมาเจอกับปัญหาสถานที่พักอาศัยในหนัง (โปรดดู ldentity) เรื่องราวของคนไม่เชื่อในพลังเหนือธรรมชาติ แต่กลับต้องเผชิญกับการคุกคามของภัยดังกล่าว ( โปรดดูThe Reaping) แถมยังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับห้องเช่าซึ่งคนเข้าไปแล้วไม่ได้กลับออกมา ( โปรดดู Vacancy) แน่นอนว่ามีสิ่งละอันพันละน้อยที่มักคุ้นให้เห็นอย่างเกลื่อนกลาด ทว่าทุกสิ่งกลับน่าสนใจ และดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีอะไรที่ดูซ้ำซากน่าเบื่อหน่ายในหนังเรื่องนี้ แถมยังกล่าวได้ว่า มันน่าจะเป็นหนึ่งในหนังสยองขวัญที่ดีที่สุดของปี 2007 อีกด้วย หนังแนวนี้ มักดำเนินเรื่องได้น่าสนใจ ทว่ากลับพังพ่ายเพราะตอนจบแสนย่ำแย่ แต่โชคดีสำหรับ 1408 ที่ตอนจบทำได้อย่างมีระดับ เปี่ยมรสนิยม สำหรับนักวิจารณ์แล้ว มันน่าชื่นชมที่ผู้สร้างเลือกให้จบแบบอิสระต่อการตีความของคนดู ถือเป็นการดัดแปลงงานของ สตีเฟ่น คิงได้ดีที่สุดเรื่องหนึ่ง มันส่งผลกระทบให้เกิดความน่าหวาดหวั่น เข้มข้นทางอารมณ์อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า ผู้กำกับคือ มิคาเอล ฮาล์ฟสตรอม ซึ่งเคยสร้างผลงานดี ๆ อย่าง Derailed มาแล้ว ท่ามกลางหนังเกี่ยวกับห้องเช่าและโรงแรมที่พัก ที่เฟื่องฟูมากในระยะหลัง ๆ มานี้ (Bug, Vacancy, Hostel และ Sympathy) หนังกลับทะเยอทะยานทางด้านภาษาและเทคนิคภาพยนตร์ ซึ่งเกื้อหนุนโดยนักแสดงชั้นดี แลงผลให้คนดูเอาใจจดจ่อทุกนาทีในหนัง ไมค์ เอนสลิน (จอห์น คูแซ็ค) เป็นนักประพันธ์ที่ประสบความสำเร็จ โดยเขาสร้างชื่อจากงานแนวบ้านผีสิงและป่าช้าผีดุ อย่างไรก็ดีเขาสูญเสียลูกสาวไปจากอาการป่วยไข้ และมีความคิดเย้ยหยันเรื่องเหนือธรรมชาติทั้งหลาย แถมยังไม่เชื่อถืออะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ครั้งหนึ่ง เขาตัดสินใจมายัง เดอะดอลฟิน (ซึ่งอาจบังเอิญหรือไม่ก็ตาม ที่มีชื่อเหมือนโรงแรมผีสิงในนิยายของฮารูกิ มูราคามิ เรื่อง Dance Dance Dance) เป็นโรงแรมหรูหราในทางตะวันออกของแมนฮัตตัน แว่วมาว่า มีอยู่หนึ่งห้องที่ต้องปิดเอาไว้ เพราะมีอาถรรพณ์ลึกลับ มันคือห้อง 1408 ซึ่งมีปริศนาให้คนค้นหาคำตอบเรื่อยมานับร้อยปี ไมค์รู้มาว่า มีคนสี่คนพบจุดจบอย่างพิสดารในห้องนี้ แต่ที่เขารู้ยังน้อยไป เพราะความจริงแล้ว มีคนถึง 50 คนที่ต้องสังเวยชีวิตที่นี่โดยถูกทำให้เหมือนว่าเป็นไปโดยธรรมชาติ และครั้งหนึ่งยังทำให้แม่บ้านต้องควักลูกตาตัวเองออกมา แน่ล่ะ มันคือห้องปีศาจชัด ๆ ซึ่งคนที่ยืนยันได้ก็คือผู้จัดการ นามว่า เจอรัลด์ โอลิน (แซมมวล แอล, แจ๊คสัน) ห้องนี้มันโคตรจะปีศาจ ไม่มีใครอยู่ได้เกินชั่วโมงหรอก” เขากล่าว อย่างไรก็ตาม ไมค์ต้องการพิสูจน์ เขาก้าวเข้าไปในห้องนั้น และพบว่ามันเป็นห้องปกติธรรมดา ก่อนจะมีรูปทรงและข้าวของประหลาดพิกลตามมา ในเวลานั้นเขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัดสินใจผิดไปเสียแล้ว ที่ไม่ก้าวขาออกจากห้องโดยเร็ว…. หนังถูกแบ่งตามโครงสร้างเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือ 30 นาที เพื่อปูพื้นเรื่องราวทั้งหมด เราจะพบไมค์และเรื่องราวของเขา จากนั้นก็เริ่มคล้อยตามว่าเขาเป็นคนดื้อด้าน และต้องการจะท้าพิสูจน์สิ่งเหนือธรรมชาติ ส่วนที่สองเกิดขึ้นกับเขาในห้องแห่งนี้ ซึ่งถือว่าน่าขนลุกเป็นที่ยิ่ง และส่วนที่สามคือบทสรุปของหนัง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้สรุปอะไรให้เราอย่างชัดเจนฟันธง หากแต่เป็นการยั่วยุให้ขบคิดตีความเสียมากกว่าแน่นอนว่าหนังอยู่ในคนละระดับกับ Hostel หรือ Saw เพราะมันไม่ได้ทำให้เราสยองจากตับไตไส้พุงเซี่ยงจี๊เลือดน้ำหนอง หากแต่เป็นความกลัวที่ทุรนทุรายในใจต่างหาก
หนังเรื่องนี้ได้เรท PG-13 เพราะมันไม่สาธยายภาพน่าหวาดหวั่นให้เราเห็นมากนัก แต่นั่นคือการเข้าใจผิดอย่างแรง เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้ว ว่าหนังสามารถบ่มเพาะความตื่นตระหนกในระดับสูงสุดได้ โดยไม่ต้องมาล้วงควักหั่นเฉือนอะไรให้ดูเลย

(Visited 33 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *