ดูแล้วบอกต่อ SHREK THE MUSICAL ความสวยที่แท้จริงอยู่ภายใน

จากนิยายภาพชื่อดังได้กลายเป็นแอนิเมชั่นสุดแปลกใหม่เมื่อ 15 ปี ก่อน SHREK คือแอนิเมชั่นที่สร้างปรากฏการณ์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน มันมีทั้งเรื่องสดใหม่ วิธีการหักมุมแบบคนดูคาดไม่ถึง เต็มไปด้วยตัวละครมากเสน่ห์ มีความตลกขบขันและแทรกสอดคติสอนใจเอาไว้อย่างคมคาย นอกจากจะเป็นแอนิเมชั่นที่คนดูรักแล้ว บรรดาเหล่านักวิจารณ์ก็ยกย่องกันอย่างพร้อมเพรียง และท้ายที่สุดมันก็เดินทางไปคว้ารางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมประจำปี 2544

การดัดแปลงละครเวทีเรื่องนีให้กลายเป็นละครเวทีแบบมิวสิคคัลนั้นเรียกว่าใช้เวลานานพอสมควร และในที่สุด Shrek The Musical เปิดตัวครั้งแรกในฤดูร้อนปี 2551 ที่ฟิฟท์ อเวนิว เธียเตอร์ (5th AvenueTheatre) ในเมืองซีแอตเติล ก่อนที่จะมาเปิดการแสดงที่บรอดเวย์ในวันที่ 14 ธันวาคม 2551 ละครเพลงเรื่องนี้เปิดแสดงมากกว่า 500 รอบ ในระหว่างที่แสดงในบรอดเวย์ และเข้าชิงรางวัลโทนี่ ปี 2552 ไปถึง 8 รางวัล และเป็นละครเวทีที่ทำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2552

เมื่อ Shrek The Musical มาเปิดแสดงที่เมืองไทย ที่โรงละครรัชดาลัย เราก็ไม่รอช้าที่จะไปดูละครเวทีเวอร์ชั่นนี้เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ สำหรับเวอร์ชั่นละครเพลงนี้ ต้องบอกว่ามีความแตกต่างจากงานต้นฉบับพอสมควร เพราะรายละเอียดหลายอย่างโดนตัดทอนออกไป และหลายฉากแบบในแอนิเมชั่นคงไม่เอื้อที่จะยกทั้งหมดมาอยู่บนเวที แต่วิธีการเล่าเรื่องในเวอร์ชั่นละครเวทีนั้นตัว “บทเพลง” กลับกลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการเล่าเรื่อง อีกทั้งยังช่วยสะท้อนคาแรกเตอร์ของตัวละครออกมาได้อย่างชัดเจน 

ความบันเทิงและตลกขบขันนั้นยังเป็นหัวใจสำคัญของ Shrek The Musical ที่บอกได้เลยว่าทุกฉากทุกตอนนั้น “ตลก” และทุกอย่างถูกวางจังหวะเอาไว้อย่างดีเยี่ยม ประกอบกับบรรดานักแสดง ที่พูดได้คำเดียวว่าการจะเล่นละครเวทีให้คนดู “ตลก” นั้นยากกว่า นักแสดงมาบีบน้ำตาให้คนดูเศร้าเสียอีก ดังนั้นเรียกได้ว่าบรรดานักแสดงนำ หรือ หมู่มวลของละครเวทีเรื่องนี้ ต่างก็ทำหน้าที่ของตนเองได้อย่างไร้ที่ติ 

สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในมิวสิคัลก็คือบทเพลงของละครเวทีที่ไพเราะและชวนจดจำ ซึ่งในละครเรื่องนี้มีเพลงอย่าง I Know It’s Today เพลงที่เจ้าหญิงฟิโอน่าร้องรอวันที่เจ้าชายรูปงามจะมาช่วยเหลือ, Forever เพลงของเจ้าลาด๊องกี้และมังกรผู้เฝ้าปราสาท, Who I’d Be เพลงที่สารภาพความในใจของเชร็ค ฟิโอน่าและด๊องกี้ รวมไปถึง Big Bright Beautiful World ซึ่งเพลงเด่นของเรื่องนี้ต่างล้วนแล้วโดดเด่นทั้งสิ้น 

สิ่งที่ต้องปรบมือให้ก็คือบรรดานักแสดงนำ ซึ่งคนที่โดดเด่นและขโมยซีนที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้รับบทลอร์ดฟาคอวด ที่ออกมาทุกฉากก็เรียกเสียงฮาได้ทุกฉาก (ขออภัยที่ไม่ทราบชื่อจริงเนื่องจากโรงละครไม่มีการแจกสูจิบัตร) ส่วนนักแสดงคนอื่นๆก็ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน 

Shrek The Musical เรียกได้ว่าเป็นละครเวทีระดับบรอดเวย์ที่สนุก บันเทิง และเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว และมันยังให้คติสอนใจว่า “ความสวยนั้นมาจากภายใน” นั่นเอง

(Visited 72 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *