วิจารณ์ Aliens vs. Predator: Requiem

Aliens vs. Predator: Requiem ที่จริงหลังจากดูจบ ผมไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรดี นอกจากจะบอกว่านี่เป็นหนังมันส์ ที่ดูเพลินได้ตอนปีใหม่จริงๆ คือถ้าใครเป็นสาวกของ Alien และ Predator พันธุ์ฮาร์ดคอร์ หนังเรื่องนี้ถูกใจแน่ๆครับ อย่างที่รู้ๆ กันนะครับ ว่าก่อนหน้าจะมีแฟรนไชส์ออกมามากมาย ต้นกำเนิดของมันก็คือ Alien กับ Predator ซึ่งในรายชื่อแน่นอน คนที่เคยดูหนังสมัยเก่านู้น จะรู้ว่า 2 เรื่องนี้มันสุดยอดแค่ไหนนะครับ สร้างมาหลายภาคเหมือนกันโดยเฉพาะ Alien จนมาเมื่อปี 2OO4 ก็มีการจับมาสู้กันภายในชื่อว่า Alien vs. Predator ซึ่งตัวหนังทำให้คนดูผิดหวังมิใช่น้อย เมื่อพูดถึง AVP: Alien VS. Predator คงพูดได้แค่ว่า “มีน้ำยาแค่นี้เหรอ” ผมรู้สึกว่าถึงแม้หนังจะได้ Paul W.S. Anderson จาก Resident Evil และ Mortal Kombat แต่ผมก็รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ใช้ความสามารถของเขาที่มีมาเลย แถมหนังได้เรท PG-13 จึงเข้าใจอย่างสุดซึ้งว่า นี่เป็นหนังที่นำจับ 2 ตัวละครดังๆมาสู้กันในหนังเรื่องเดียวกันไม่ได้เรื่องที่สุด เท่าที่เคยได้ดูมา และยิ่งเอามาเทียบกับหนังจับ 2 ตัวละครดังๆมาสู้กันอย่าง Freddy VS. Jason ต้องยอมรับว่า AVP ยังอยู่ในระดับอนุบาลอยู่เลยล่ะครับ! ฉนั้นผมจึงไม่เข้าใจว่าทำไม FOX ถึงเลือกทำหนังเรื่องนี้ แทนที่จะทำ Alien ภาคที่ 5 และเมื่อมีข่าวว่าจะสร้างภาคที่ 2 ผมก็คิดในใจว่า “จะสร้างหามะเขืออะไรอ่ะครับ ถ้ามันไม่ใช่เรท R” แต่แรกๆผมอาจจะด่วนสรุปเกินไปนัก จนกระทั่งมันประกาศว่าหนังจะสร้างในแบบเรท R ซึ่งเพราะเหตุนี้ผมจึงดีใจว่า ในที่สุด 2 ตัวละครจากนอกโลกสุดดังคู่นี้ จะได้กลับมาในศักยภาพที่ตัวเองมีมาเสียที หลังจากรอมานานว่า เมื่อไหร่จะพบความมันส์แบบฮาร์ดคอร์ตามแบบฉบับของ Alien กับ Predator เสียที หลังจากที่รอมานานเป็นชาติ ในภาค 2 ได้ 2 พี่น้องตระกูล Strause มารับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งทั้งคู่เคยทำเอฟเฟ็กต์ให้กับหนังดังๆมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว เช่น Constantine และ The Day After Tomorrow ซึ่ง AVP:R เป็นผลงานการกำกับเรื่องแรกอย่างเป็นทางการของเขา (ที่เป็นทางการเพราะไม่แน่ใจว่า เขาเคยทำหนังสั้นรึเปล่า?) และด้วยการที่ Fox อนุญาติให้หนังเรื่องนี้ติดเรท R เราก็ได้แต่พบแต่ความสมเสียทีในงานนี้ หลังจากรอมานานเสียนาน เนื้อเรื่องของหนังภาคนี้ ก็งี่เง่าไม่ต่างจากภาคแรกและดูเหมือนจะไม่มีอะไรในก่อไผ่ สำหรับเรื่องของพวกเหล่ามนุษย์ และโดยเฉพาะบทพูดหรือการโต้ตอบของตัวละคร ก็แย่มากๆ ยังไม่รวมถึงการแสดงของนักแสดงในเรื่องที่ทำได้ไม่อยากจะดูหนังต่อได้เลย ถ้าหากว่าไม่มี Alien และ Predator มาแทรกในเรื่อง แต่ในมุมมองผม ผมพอเข้าใจว่าชื่อเรื่อง Aliens VS. Predator นะ แต่ไม่คิดว่าเปลี่ยนชื่อหน่อยเหรอ เป็น Predator VS. Aliens & Predalion แทน เพราะพอเข้าใจว่า Alien มันเยอะตามชื่อเรื่องจริงๆ แต่ผมกลับเห็นว่างานนี้ Alien เป็นตัวประกอบอ่ะครับ ขณะที่ Predalion คือตัวร้ายหลักของเรื่อง ซึ่งผมว่าน่าเรียกชื่อหนังเรื่องนี้แบบนั้นมากกว่า ที่ชอบจริงๆคงเป็นตอนเริ่มต้น ที่หนังต่อเรื่องจากที่ภาคแรกทิ่งร่างเอาไว้ ซึ่งผมพอใจมากที่ภาค 2 ใช้จุดนี้บอกและเตือนคนดูว่า “ที่ท่านจะได้ชมต่อไปนี้ คือยกที่ 2 และเป็นของจริงที่มันส์กว่ายกแรก” เพราะแรกเป็นอะไรอนุบาลมากๆ ไม่มีความรู้สึกมันส์ขณะที่เจ้าต่างดาว 2 ตัวนี้ สู้กันเลย แต่ในภาคที่ 2 มีแต่มันส์แบบฮาร์ดคอร์แบบฉบับของหนังตระกูลแนวนี้จริงๆ ถึงแม้เรื่องราวในภาคนี้จะลงมาอยู่กับมนุษย์ทั่วไป ซึ่งดูๆไปเหมือนกับขัดๆความรู้สึกแบบบอกไม่ถูก แต่ก็อย่างว่า จะคิดอะไรมาก เรามาดูศึกละเลงเลือดนี่ จะเอาอะไรมาก อย่างน้อยภาคที่ 2 นี้ ยังคุ้มค่าตั๋วกับเวลาที่ผ่านไปของหนังเรื่องนี้ละกัน อีกสิ่งนึงที่ชอบของหนังเรื่องนี้ คงเป็นอารมณ์ตัวหนังล่ะครับ งานนี้ทำได้คล้ายๆกับ Freddy VS. Jason ซึ่งเรื่องนั้นทำได้มันส์สะใจได้ที่มากๆ ถึงแม้ความเป็นตัวละครคู่นั้นเนี๊ย จะดูไม่ค่อยเหมือนเดิมเท่ากับหนังต้นฉบับก็ตาม แต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้เห็น 2 ตัวละครตัวโปรดมาปะทะความมันส์เลือดนองอ่ะครับ ฉะนั้นใน AVP:R เราจะได้เห็น
Alien ระเบิดจากท้องคนจนไส้แตกเสียที ทั้งๆที่ไม่ได้เห็นแบบนี้นานมากๆแล้ว ขณะที่ Predator จะได้ใช้อาวุธของตัวเองอย่างสมศักดิ์ศรีเสียที หลังจากที่ในภาคที่แล้ว ไม่รู้ว่าพี่แกจะมาทำเท่ห์อะไร ถ้าหากว่าแทบจะไม่ได้โชว์ความเจ๋งเลย ฉนั้นสิ่งที่คุณจะได้จากหนังเรื่องนี้คือความมันส์จริงๆ สาวกของ Alien และ Predator คงพอใจกับหนังเรื่องนี้แน่นอน และก็คงพอใจกับการปรากฏตัวของเจ้าตัว Predalion แน่นอน ผมต้องชมว่าพี่น้องตระกูล Strause สร้างสรรค์หนังภาคนี้ได้อย่างเลิศเหลือเกิน แต่ก็อย่างที่ผมบอกนะครับ นี่เป็นเพียงแค่หนังที่ดูเอาเพื่อความมันส์เท่านั้น จึงไม่ใช่หนังที่ผมชอบมากๆในปีนี้ หรือ หนังที่ผมเกลียดสุดในปีนี้ แต่เป็นหนังที่มาถูกจังหวะสำหรับคนที่เบื่อหนังไทยแนวเดิมๆ และก็หนังฟอร์มใหญ่เรท PG-13 หนังเรื่องนี้จึงถือว่าน่าจดจำอยู่พอควร แต่ก็ไม่ถึงก็สึดยอดเท่าไหร่ เพราะหนังไม่มีสาระ และให้แค่ความบันเทิงในช่วงเวลาที่ผ่านไปเท่านั้น เอาเป็นว่านี่คือหนังปีใหม่สำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่จริงๆครับ แต่ทว่าตลอดเวลาที่ผมนั่งชมนั้นถือว่าภาคนี้สามารถตอบโจทย์ได้แย่พอสมควร ดูแล้วไม่แปลกใหม่เหมือนการที่นำของเก่ามาต้มใหม่ แต่อย่างไรก็ยังเป็นของเก่าอยู่ดี ทางด้านการดำเนินเรื่องที่เรื่อยๆ ปล่อยให้ตัวละครอันมากมายดำเนินเรื่องแบบนิ่ง ๆ ดูแล้วรู้สึกไม่อยากเอาใจช่วยตัวละครครับ แถมขาดเสน่ด้วย เพราะฉะนั้นงานหนักจึงตกไปอยู่ที่ดนตรี กับ พรีเดเตอร์และเอเลี่ยน มุมกล้องที่ส่ายไปส่ายมา ทำให้คนดูเวียนหัวตามได้ ตลอดทั้งเรื่องยังขาดเสน่ไปอย่างนึงคือการลงรายละเอียดครับ ผมรู้สึกว่าเท่าที่ดูการที่หนังเล่าไปแบบนี้ มันเหมือนว่ามนุษย์ไม่รู้ว่าการที่พวกเขาหนี มีการต่อสู้กันอีก ( เอลี่ยนกับพรีเดเตอร์ ) หนังเล่ามุมมองมนุษย์มุมเดียว ทำให้ตรงนี้มันดูมันไม่ใช่อะ มนุษย์ภาคนี้จึงดูเหมือนตัวประกอบในหนังฆาตรกรรมเรื่องนึง
หากแต่ว่าการที่หนังมีข้อเสียที่โครงเรื่องเลย ทำให้เปิดโอกาสใช้งานพรีเดเตอร์ได้เต็มรส ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือดึงคุณสมบัติที่ภาคแรกไม่มีมาทดแทน เติมฉากโหด การต่อสู้ให้เลือดสาด มันส์ขึ้นกว่าเก่า ตลอดเกือบกลางเห็นพวกเลี่ยน สู้กับพรีเดเตอร์กับแบบตลอด ส่วนมนุษย์น่ะหรอ ? แทบจะลืมไปได้เลย แต่ถึงยังไงผมว่าก็ยังไม่สามารถทดแทนข้อเสียของหนังได้ เพราะฉะนั้นหลังจากดูหนังเรื่องนี้เสร็จมันก็ไม่สามารถทำให้ผมประทับใจ หรือจดจำหนังอันนี้ได้ ข้อเด่น – ฉากการต่อสู้ที่ดูซะใจ – พรีเดเตอร์ภาคนี้เหมือนจะเป็นพรีเดเตอร์เต็มตัว ไม่ใช่เหมือนภาคแรกที่มาเป็นตัวประกอบ – ฉากขยะแขยงทำได้ดี – ความสนุกที่สามารถทำได้ดีกว่าภาคแรก ข้อด้อย – โครงเรื่องแย่ – การตัดมุมกล้องไปมาแย่ กล้องส่ายดูไม่ทัน – มุมมองของมนุษย์ บทบาทหายไปซะงั้น – บรรยากาศตื่นเต้น ลดลง – ฉากจบสุดห่วย สรุป หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดูเพื่อเอามันส์เลือดสาดจริง ๆ ถ้าใครอยากจะดูเพื่อหาความน่ากลัว หรือความจดจำคงจะค่อยไม่มีให้เห็นแล้ว เพราะฉะนั้นปล่อยหัวโล่ง ๆ ไม่ต้องหวังอะไรมาก ดูเอาแบบเลือดสาด ๆ ขยะแขยงก็เป็นพอครับ แต่สำหรับผม กลายเป็นหนังที่ไม่ค่อยสนุกสักเท่าไหร่ ถ้าจะชอบก็คงเป็นฉากสยองๆขยะแขยงมากกว่า นิยามของหนังไม่เหมาะกับคำว่า มันเลือดสาด แต่มันน่าจะเป็น สาดเลือดโชว์ซะมากกว่าก็แล้วกัน แต่ว่าแนะนำให้ไปดู Digital นะครับ ภาพชัด เสียงกระหึ่ม สะใจดี! รับรองสนุกแน่! 2 ดาวสำหรับค่าทำเลือดปลอมมาละเลงโชว์พอ[email protected]! ” บทวิจารณ์ภาพยนตร์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง “

(Visited 115 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *