วิจารณ์ภาพยนตร์ BEOWULF

พวกเราคงได้ยินคอภาพยนตร์ หลาย ๆ คนพูดถึงมากมายพอสมควร สำหรับ ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ แองเจลิน่า โจลี่ ดาราสุดเซ็กซี่ ที่มาเปลือยกาย โชว์ทรวดทรงองค์เอว ให้เห็นเต็มตัวเต็มตากันจะจะ ในภาพยนตร์เรื่อง BEOWULF ขุนศึกโค่นอสูร บางคนไม่ได้สนใจเสียด้วยซ้ำว่าเป็นภาพยนตร์อะไร ไปไงมาไง สนใจแต่เพียงเธอเท่านั้น นั่นแสดงให้เห็นเป็นปรากฏการณ์ว่าเธอยังคงอยู่ในใจใครหลาย ๆ คน และหลาย ๆ คนที่ว่า รวมถึงผมที่รอและติดตามตลอดเวลาว่า เมื่อไหร่เธอจะกลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง จนการมาของภาพยนตร์ เรื่องนี้คงไม่พูดถึงไม่ได้แล้วสำหรับ BEOWULF ขุนศึกโค่นอสูร ภาพยนตร์ เป็นเพียงการจับเอาตำนานเก่า ๆ ของอาณาจักรเดนมาร์ก ที่ครอบครองโดย กษัตริย์รอธการ์ ที่ได้ ขุนศึกยอดนักสู้ชาวไวกิ้ง รูปงามนาม BEOWULF เบวูล์ฟ มาช่วยทำลายล้างปิศาจร้าย เกรนเดล ที่เข้ามาล่ามนุษย์เป็นอาหาร ทำให้ชาวเมืองได้รับความทุกข์เข็ญจากความหวาดกลัว โดยหารู้ไม่ว่ามันสร้างความเจ็บปวด แรงแค้นให้กับมารดาปิศาจผู้เลอเสน่ห์ และโหดร้ายของ เกรนเดล ซึ่ง นำมาซึ่งการแก้แค้นเอาคืนอย่างแยบยล ด้วย เสน่ห์หลงใหลในมนต์สะกดที่ เบวูล์ฟ หลวมตัวหลวมใจลงไป สุดท้าย การชดใช้ในการกระทำที่ผิดพลาดมหันต์ จึงจำต้องถูกแก้ไขให้ลุล่วง ด้วยตัวของ เบวูล์ฟ เอง อย่างสาหัสสากรรจ์เมื่อผมได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในฉากแรก ผมก็รู้สึกว่ามันเป็นเพียง ภาพยนตร์แอนนิเมชั่น ชั้นดีเรื่องหนึ่ง ถ้าหากไม่รู้มาก่อนว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ สร้างโดยใช้เทคนิคใหม่ในวงการ CG เรียกกันว่า Performance Capture คือการนำเอาภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงจริง มาแปลงเป็นภาพกราฟฟิกให้ได้ดั่งใจ และสามารถสร้างสรรค์ เพิ่มเติมในสิ่งที่ต้องการให้มีในฉากต่าง ๆ ได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็น ฉากหลัง โลเกชั่น หรือแม้กระทั่ง รูปร่างของนักแสดงที่ต้องการให้เป็นแบบใดก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น เรย์ วินสโตน ตัวจริงๆของเขาจะเห็นเลยว่าหน้าตารูปร่างไม่ได้เป็นอย่างในภาพยนตร์ และไม่มีเค้าของ BEOWULF จอมขุนศึกเลยแม้แต่น้อย อ้วน เตี้ย ล่ำ จ้ำมำไปเลย แต่กลายกลับมาว่าเป็น BEOWULF ผู้ที่งามสง่า ผ่าเผย ได้อย่างไร นี่แหละครับความสามารถ ของ Performance Capture เป็นการคิดค้นนวัตกรรมทางภาพยนตร์ครั้งใหม่ได้เลยทีเดียว ในระยะแรกของการชมภาพยนตร์ ผมรู้สึกว่าเป็น แอนนิเมชั่น เหมือนๆ กับ Final Fantacy นั่นแหล่ะ แต่รู้สึกว่า มันดูคมกว่า ดูดีกว่า และ สัมผัสได้เหมือน ภาพยนตร์ที่คนเล่นจริง ๆ และยิ่งดูไป ดูไป ยิ่งลืมไปเลยว่ามันเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ CG มากมาย รู้สึกกลมกลืนไปหมด ทำได้ดีมาก ๆ แม้เนื้อหาเราจะพอได้เค้าลางอยู่แล้วว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไปตามครรลอง แต่ความสมบูรณ์ทุกส่วนของภาพยนตร์ ทำให้เราดูได้อย่างสนุกสนาน และ รู้สึกว่าภาพยนตร์ยาวพอสมควร แต่ก็ไม่น่าเบื่อเลย ทั้งที่จริงแล้ว ภาพยนตร์ยาวเพียง 95 นาทีเท่านั้นเองแปลกดีครับ และสิ่งที่คุ้มค่าแก่การรอคอย ที่ หลายคนเฝ้ารอดู รวมถึงผมด้วย ผมเองก็อยากดู แองเจลิน่า โจลี่ เปลือยทั้งตัว เป็นใครบ้างที่ไม่อยากดู ขนาดน้อง ๆ สาว ๆ ในออฟฟิศทุกคนก็อยากดูเหมือนกัน ผมเพียงแต่อยากดูซิว่าเมื่อเธอ ยอมรับบทบาทอย่างนี้ ที่ต้องเปลือยกลายทั้งตัวเล่นรูปร่างเธอจะเป็นอย่างไร เพราะเธอต้องมั่นใจในรูปร่างของเธอมาก ไม่งั้นเธอไม่มาเล่นหรอกครับ และสิ่งที่ปรากฏมันก็เป็นอย่างที่ทุกคนอยากให้เป็นคือ เธอสวยมาก ๆ หุ่นดีมาก ๆ เอาน่ะ มันต้องมีการตกแต่งด้วย CG พอสมควร แต่โดยรวมถือว่าถึงขั้นเพอร์เฟกก็แล้วกัน ยังไงก็ยังดีกว่าไปดูผู้ชายแก้ผ้าโชว์ก้นด่างๆ ละกันละครับ บรึ๋ย..!! แต่ภาพที่นำเสนอไม่ได้ออกมาน่าเกลียดหรือโป๊เลยครับ ตรงกันข้างกลับทำได้ดีมากที่สุด สวยงามจริงมั๊ยครับท่านที่ไปดูมาแล้ว ส่วนท่าน ๆ ที่ยังไม่ได้ดูลองไปดูกันเอาเองครับเรียกว่า ชอบเธอมากขึ้นอีกเป็นทวีคูณหลังจากหลงเธอมาตั้งแต่ PUSHING TIN หรือ ORIGINAL SIN รู้สึกว่าเธอโชว์มากแล้ว มาคราวนี้เธอ โชว์มากที่สุด แต่กลับเป็นการโชว์ที่ สวย งามสง่า อ่อนช้อย และ เพอร์เฟก ที่สุดอย่างที่ว่า ตัวภาพยนตร์เอง ดูเหมือนจะเปิดไว้ตอนท้ายเหมือนกัน ว่าน่าจะมีภาคต่อ แต่ผมยังสงสัยต่อไปว่า เธอจะกลับมาเล่นบทนี้อีกหรือเปล่า เพราะ หากกลับมาเล่นอีก ผมก็คงตามดูเธออีกแหล่ะบทของภาพยนตร์ ไม่มีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากนักครับ ดูง่าย ไม่มีอะไรที่ต้องขบคิดมากนัก เป็นแบบแอ็คชั่น แฟนตาซีที่ดูสนุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนท้ายของเรื่องที่ อลังการสุด ๆ กับฉากปราบปิศาจมังกรไฟ ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ ๆ เลยครับ โดยเฉพาะคนที่ได้ไปดู ระบบ IMAX มาแล้ว ทุกคนบอกว่า ถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องอ่านซับไตเติ้ลแล้วล่ะก็ถือว่าเยี่ยมสุด ๆ แต่หลายๆ คนที่ไปดูในระบบ DIGITAL 3D มา ก็บอกว่าดีไม่แพ้กัน จะมีนิดหน่อยก็ตรงที่โรงมีน้อย และจอเล็กเกินไปที่จะดูแบบ 3D ให้สะใจ ๆ น่ะครับ การดำเนินเรื่องถือว่าไม่โดดเด่น แต่ก็สนุกเร้าใจไล่ระดับความสนุกไปจนจบเรื่องครับ นอกจาก เรย์ วินสโตน แองเจลิน่า โจลี่ เซอร์แอนโทนี่ ฮอบกินส์ และ จอห์น มัลโควิช แล้วดูออกยากครับว่าใครเป็นใคร เพราะการแต่งหน้า แต่งกาย และ CG ทำให้เราดูออกยากหน่อย แต่ในเรื่องการแสดงคงบอกยากครับเพราะมันดูแข็ง ๆ เหมือนแอนนิเมชั่นจริง ๆ แต่รวม ๆ ก็โอเคครับถือว่าดี แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องชมคือ ผู้กำกับโรเบิร์ต เซเมคิส เพราะเจ้านี้เค้ามีอะไรมาให้เราใหม่ ๆ เสมอ และทำได้ดีมาก ๆ เสียด้วยในขณะที่หลาย ๆ สตูดิโอ พยายามสร้างแอนนิเมชั่นให้เหมือนจริง แต่ตานี่กลับทำภาพจริงให้เหมือนแอนิเมชั่น มันก็แปลกดีครับ แหวกกระแสซะงั้น ชอบครับชอบ ผมยังเคยนึกเลยนะครับว่า อีกหน่อย ดาราใหญ่ ๆ คง นั่งนับเงินอยู่กับบ้านโดยแค่ขายคาแร็คเตอร์ ใบหน้า ให้เค้าเอาไปทำภาพยนตร์ โดยใช้คอมฯกราฟฟิก แล้วก็รอรับเงินส่วนแบ่งเมื่อภาพยนตร์เข้าฉาย ไม่ต้องเดินทางไม่เหนื่อยและไม่ต้องเสี่ยงอีกด้วย มันใกล้วันนั้นเข้ามาทุกทีแล้วครับวงการนี้ สรุปแล้ว…ขอยกให้เป็นหนังที่ดี ในเรื่องการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้กับโลกภาพยนตร์ แต่มีข่าวคราวมาว่าหนังเรื่องนี้ อาจจะไม่ได้ชิงรางวัลออสการ์ในสาขา แอนนิเมชั่นก็เป็นไปได้ เพราะ BEOWULF เป็นภาพยนตร์ที่แหวกแนวจากการ วาดหรือปั้นหรือขยับตัวการ์ตูนหรือตัวละครในแบบการทำอนิเมชั่นแบบเดิมๆที่มีมาอย่างช้านาน แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าสร้างหนังที่ดูแล้วไม่เหมือน “ย่ำอยู่กับที่” ไม่ว่าจะเป็นหนังฝรั่ง หรือ หนังไทยก็ตามแต่ 4 ดาวครึ่ง คงพึงประสงค์กับหลายๆคนนะ” บทวิจารณ์ภาพยนตร์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง “วิจารณ์ภาพยนตร์ โดย Tendama

(Visited 44 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *