วิจารณ์หนัง GOD OF EGYPT เป็นเทวดาก็เหนื่อย!

อันที่จริงแล้วพล็อตเรื่องของ GOD OF EGYPT นั้นก็เป็นเรื่องราวแนวละครจักรๆวงศ์ๆที่ว่าด้วยการแย่งชิงบัลลังก์และราชสมบัติ ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับบรรดาละครไทยในบ้านเราก็คงหนีไม่พ้นละครช่อง 7 สียามเช้า ที่ตัวเอกของเรื่องจะโดนแย่งชิงสิทธิ์อันชอบธรรมไปจากญาติมิตรคนสนิท หลังจากนั้นตัวเอกก็จะต้องกลับมาทวงคืนความยิ่งใหญ่อีกครั้งในเวลาต่อมา 

เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อพิธีในการราชาภิเษกเพื่อมอบบัลลังก์ของเทพโอซิริสให้แก่บุตรชายอย่างเทพฮอรัส (นิโคไล คอสเตอร์-วัลดาอู) ถูกขัดขวางโดยเทพเซท (เจอราร์ด บัตเลอร์) เทพแห่งทะเลทรายอันมืดมิดผู้เหี้ยมโหด เทพเซทได้ทำการปลงพระชนม์เทพโอซิริสและยึดราชบัลลังก์เป็นของตน ก่อนเนรเทศเทพฮอรัสไปยังดินแดนที่ห่างไกล ส่วนเทพเฮธอร์(อีโลดี้ ยัง) เทพีแห่งความรัก ก็ปันใจไปรักไปเทพเซท 

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้นำอียิปต์เข้าสู่กลียุค แต่เบค(เบรนตัน ธเวทส์) หัวขโมยหนุ่ม กลับอยากจะกอบกู้ดินแดนอันเป็นที่รักกลับคืนมาด้วยการวางแผนไปขโมยดวงตาที่เทพเซทขโมยไปจากเทพฮอรัสเอาไปเก็บรักษาไว้ในพระคลังที่ถูกวางกับดักอันแน่นหนาไว้ ก่อนจะนำไปสู่การผจญภัยครั้งสำคัญที่มนุษย์และเทพต้องมาเกี่ยวโยงกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

อันที่จริงจุดที่เป็นแรงขับให้เกิดการผจญภัยนั้นมีสาเหตุมาจากตัวละครของ ซายา (คอร์ทนีย์ อีตัน) หญิงสาวที่เบคตกหลุมรักอยู่ในอันตรายครั้งยิ่งใหญ่ ทำให้เบคต้องร่วมมือกับเทพอย่างฮอรัสที่ยื่นข้อเสนอที่หัวขโมยไม่อาจจะปฏิเสธได้ 

อันที่จริงตัวหนังอย่าง GOD OF EGYPT หยิบเอาตำนานและเรื่องราวของเหล่าทวยเทพแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ เอามาเขย่าและแต่งเติมเสริมความร่วมสมัยเข้าไปจนเรียกได้ว่า “ไอเดีย” ของหนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดาในการหยิบเอาของเก่ามาเล่าใหม่ให้สอดคล้องกับคนยุคปัจจุบันที่หนังแม้ว่าจะมีความเชย (พล็อต-ความเชื่อเรื่องทวยเทพ) แต่ก็ร่วมสมัย (เทพแปลงร่างเหมือนหุ่นยนต์-บทสนทนาและอารมณ์ขันของเรื่อง) ทำให้คนในยุคปัจจุบันที่ไม่มีความรู้หรือไม่ได้สนใจในเรื่องวรรณกรรมเก่าแก่หันกลับไปหาความรู้เพิ่มเติม เพราะเรื่องของตำนานเก่าแก่โบราณนั้นเป็นเรื่องที่ “มีเสน่ห์” และทรงคุณค่าไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตาม

อย่างไรก็ตามถ้าจะว่าไปแล้วตัวงานซีจีของ GOD OF EGYPT นั้นก็ยังมีความไม่สมจริงในหลายฉากหลายตอน เนื่องจากตัวหนังเป็นงานเทคนิคพิเศษเกือบทั้งเรื่อง ดังนั้นฉากหลังที่เราได้เห็นนั้นจึงเป็นการสร้างขึ้นด้วยภาพคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ดังนั้นหลายต่อหลายครั้งที่คนดูจะสัมผัสได้เลยว่านักแสดงกำลังเล่นอยู่ “บนฉาก” ไม่ได้เล่นอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นจริงๆ เพราะมันมีความไม่กลมกลืนหรือเนียนสนิทเป็นเนื้อเดียว 

แต่ถึงอย่างนั้นในแง่ของงานสร้างที่ไม่เนี้ยบก็สามารถมองข้ามไปได้ เมื่อตัวหนังให้ความบันเทิงกับผู้ชมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าทุกอย่างในเรื่องจะเดินไปตามสูตรสำเร็จทุกอย่างก็ตามที

(Visited 159 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *