รีวิว มะลิลา ชีวิต บายศรีและศพ

มะลิลาเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับ นุชชี่ “อนุชา บุญยวรรธนะ” ซึ่งคว้ารางวัล “คิม จิซก อวอร์ด” จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน 2017 ที่ประเทศเกาหลีมาครองได้สำเร็จ

เส้นเรื่องราวคร่าวๆของมะลิลาบอกเล่าเรื่องราวของเชน (เวียร์ ศุกลวัฒน์) ชายหนุ่มเจ้าของสวนมะลิที่มีอดีตอันแสนปวดร้าว เขาได้กลับมาพบกับพิช (โอ อนุชิต สพันธุ์พงษ์) ศิลปินนักทำบายศรี เขาเป็นอดีตคนรักของเชนในวัยเด็ก ทั้งสองจึงพยายามเยียวยาบาดแผลในอดีตในช่วงเวลาสั้นๆ ผ่านการใช้เวลาร่วมกัน

มะลิลาเป็นหนังที่มีโครงเรื่องสั้นๆแต่กลับเน้นหนักในการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครผ่านการกระทำและบทพูดสั้นๆ แต่แสดงออกผ่านสีหน้า แววตาและอารมณ์ ซึ่งทำให้เรารับรู้แง่มุมที่ลึกซึ้งของตัวละครทีละเล็กทีละน้อยจนหมดเปลือก เราได้เรียนรู้ชีวิตที่ผ่านบาดแผลฉกรรจ์มาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียลูกสาวไปเพราะเจ้าตัวเมาแอลกอฮอล์จนลูกสาวถูกงูเหลือมเขมือบ จากความสูญเสียครั้งนั้นยิ่งทำให้เชนกลายเป็นคนติดสุราเรื้อรังจนทำให้ภรรยาเอือมระอาและจากเขาไปอีกคน

กลับมาที่ตัวละครพิช เขาเดินทางกลับมายังบ้านเกิดและเปิดเผยถึงชีวิตที่มีบาดแผลเช่นกัน แม่ของเขาถูกคนในหมู่บ้านกล่าวหาว่าเธอถูกผีเข้าเพราะมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ จนทำให้คนในหมู่บ้านรุมประชาทัณฑ์ และท้ายที่สุดเราก็ได้ข้อมูลว่าแม่ของพิชก็ตายจากไปแล้วเช่นกัน ประกอบการที่พิชเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง การเยียวยารักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันก็ไม่ได้ช่วยให้ขามีสุขภาพที่ดีขึ้น เขาจึงลองไปพึ่งแพทย์แผนโบราณแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเช่นกัน หนทางสุดท้ายคือเขาเลือกจะใช้ชีวิตให้มีความสุขด้วยการทำบายศรีเป็นการเยียวยาตัวเอง เพราะทุกครั้งที่พิชทำเสร็จเขากลับรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองนั้นดีขึ้น

มะลิลาเป็นหนังที่มีโครงเรื่องสั้นๆแต่กลับเน้นหนักในการถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครผ่านการกระทำและบทพูดสั้นๆ แต่แสดงออกผ่านสีหน้า แววตาและอารมณ์ ซึ่งทำให้เรารับรู้แง่มุมที่ลึกซึ้งของตัวละครทีละเล็กทีละน้อยจนหมดเปลือก เราได้เรียนรู้ชีวิตที่ผ่านบาดแผลฉกรรจ์มาอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียลูกสาวไปเพราะเจ้าตัวเมาแอลกอฮอล์จนลูกสาวถูกงูเหลือมเขมือบ จากความสูญเสียครั้งนั้นยิ่งทำให้เชนกลายเป็นคนติดสุราเรื้อรังจนทำให้ภรรยาเอือมระอาและจากเขาไปอีกคน

กลับมาที่ตัวละครพิช เขาเดินทางกลับมายังบ้านเกิดและเปิดเผยถึงชีวิตที่มีบาดแผลเช่นกัน แม่ของเขาถูกคนในหมู่บ้านกล่าวหาว่าเธอถูกผีเข้าเพราะมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ จนทำให้คนในหมู่บ้านรุมประชาทัณฑ์ และท้ายที่สุดเราก็ได้ข้อมูลว่าแม่ของพิชก็ตายจากไปแล้วเช่นกัน ประกอบการที่พิชเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง การเยียวยารักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันก็ไม่ได้ช่วยให้ขามีสุขภาพที่ดีขึ้น เขาจึงลองไปพึ่งแพทย์แผนโบราณแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเช่นกัน หนทางสุดท้ายคือเขาเลือกจะใช้ชีวิตให้มีความสุขด้วยการทำบายศรีเป็นการเยียวยาตัวเอง เพราะทุกครั้งที่พิชทำเสร็จเขากลับรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองนั้นดีขึ้น

จุดเปลี่ยนของเรื่องราวคือช่วงกลางเรื่องที่เราได้เห็น “ความสูญเสีย” ครั้งสำคัญของเชน จนทำให้เขาตัดสินใจที่จะออกบวชเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง แต่การออกบวชครั้งนี้ไม่ได้ทำเป็นแฟชั่นหรือเพื่อ “ครั้งหนึ่งในชีวิตของลูกผู้ชาย” แต่เขาเลือกจะอุทิศกุศลจากการบวชครั้งนี้ให้คนใกล้ตัว รวมถึงศึกษาวิธีการเดินธุดงค์ตามป่า สดับฟังเสียงของธรรมชาติ ตระหนักรู้ถึงสรรพสิ่ง รวมถึงวิธีการทำความเข้าใจในการจ้องมอง “ศพ” เพื่อทำความเข้าใจในสังขารของมนุษย์อันไม่เที่ยงแท้

นอกจากการ “ตกผลึก” ตัวหนังแล้ว เราคงต้องชื่นชมการแสดงของเวียร์ ศุกลวัฒน์ ที่โอบอุ้มหนังทั้งเรื่องภายใต้การแสดงอันนิ่งเรียบ แต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่นอยู่ภายในที่เราไม่เคยเห็นการแสดงแบบนี้จากเขามาก่อน จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งเราควรใช้คำว่า “โดดเด่นและน่าจับตา” ก้าวสำคัญของนักแสดงชายคนนี้

(Visited 50 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *