“La Casa de Papel” ดูมนุษย์ ดูการต่อสู้ ดูระบบ โดย จักรพันธุ์ ขวัญมงคล

เดินทางมาถึงซีซั่นที่ 4 หรือที่จริงต้องบอกว่าภาคที่ 4 แล้วนะครับ สำหรับ “La Casa de Papel” หรือชื่อในภาษาอังกฤษคือ “Money Heist” ซีรีส์สัญชาติสเปนที่สนุกเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับเรื่องราวที่ชักจะเลยเถิดขึ้นเรื่อยๆ จากการปล้นโรงกษาปณ์เพื่อทวงถามความยุติธรรมให้คนเล็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งและสานความฝันแก้แค้นให้พ่อของศาสตราจารย์ที่ถูกทำร้ายโดยระบบในสองพาร์ทแรก กลายเป็นเป็นปล้นธนาคารกลางสเปนเพื่อขโมยทองคำท้าทายระบบรัฐราชการในสองพาร์ทหลังเรียบร้อยแล้วครับ

ต้องบอกก่อนว่าเดิมทีซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศทางช่อง Antena 3 ในสเปนด้วยจำนวนความยาว 15 ตอนนะครับ แต่ประสบความสำเร็จมากจน Netflix ซื้อมาออกอากาศทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งของตนเองในชื่อ “Money Heist” แล้วก็ซอยออกเป็นสองพาร์ทแรก (1-2) ก่อน แล้วตามมาด้วยสองพาร์ตหลัง (3-4)หากมองกันในภาพรวมก็ถือว่า “La Casa de Papel” เป็นซีรีส์ที่สนุกเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เท่าที่ผมดูมา นอกจากช่วงต้นของพาร์ทที่ 3 ซึ่งผมว่าอืดและน่าเบื่อไปหน่อย (ความเห็นส่วนตัวนะครับ) แต่พ้นไปจากนั้น เส้นเรื่องของซีรี่ส์นี้พุ่งทะยานมากครับ คือนอกจากสนุกไปกับการห้ำหั่นกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับแผนการของศาสตราจารย์ ดวลกันที่กึ๋นและความฉลาดแล้ว ยังสนุกไปกับเส้นเรื่องของความผูกพันที่โยงใยกันไปกันมา มีทั้งรักๆ เลิกๆ มีรักสามเส้า รักที่เยียวยาให้กัน การทำเพื่อคนที่รักเสมือนคนในครอบครัว รวมทั้งการตีแผ่ความเป็นมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้งและมีมิติ มีตัวละครหนึ่งซึ่งผมว่าน่าสนใจมาก และเป็นตัวละครที่ผมทั้งชอบและเกลียด นั่นคือ อาร์ตูโร่ (เอ็นริเก อาร์เค) คนที่เป็นผู้อำนวยการโรงกษาปณ์ในสองภาคแรกและเป็นตัวประกันในสองภาคหลัง ผมคิดว่าว่านี่เป็นตัวละครที่ตีแผ่สันดานดิบของมนุษย์มากที่สุด เพราะมีทั้งเห็นแก่ตัว คิดแต่จะบ่อนทำลาย กัดกินเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดเลยนะครับ เท่าที่ผมดู ผมคิดว่าตัวละครของ อาร์ตูโร่ นี่แทบจะเป็นคนเดียวในเรื่องที่มีแรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ในเรื่องแบบไม่มีอะไรที่ดีเลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อเทียบกับตัวละครอื่นๆ แม้แต่ตัวละครที่เป็นโจร เป็นตำรวจเลือดเย็น หรือคนที่สร้างความปั่นป่วนต่างๆ อาร์ตูโร่ จึงเป็นตัวแทนด้านไม่ดีของมนุษย์ที่มารวมๆ ไว้ในที่เดียวกัน ขนาดตัวละครอย่าง โตเกียว (เออร์ซูลา คอร์เบโร) ที่ว่าน่ารำคาญมากแล้ว ผมว่า อาร์ตูโร่ ยังแย่กว่า เนื่องจากซีรีส์ยังไม่จบนะครับ และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ด้วย ตราบที่ผลตอบรับของผู้ชมยังเป็นไปในทางบวก ผมว่า อเล็กซ์ พีนา ซึ่งเป็น executive producer และทีมงานคงจะยังรักษามาตรฐานความสนุกให้ “La Casa de Papel” ไปได้ต่ออีกสักพัก เพราะยังมีความเป็นไปได้อีกหลายทางอยู่เหมือนกันในการหาทางออกให้กับชาวคณะปล้นของศาสตราจารย์ได้ไปต่อ แม้จะดูโม้ๆ เหลือเชื่อบ้างก็ตาม (แต่ซีรีส์มันก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ) ผมก็คิดว่าการหาบทสรุปของซีรีส์เรื่องนี้อาจจะยังไม่ถึงเวลา ยังเร็วเกินไป แต่ถ้าจะดู “La Casa de Papel” ให้สนุก นอกจากความมันตื่นเต้นเอาใจช่วยฝ่ายปล้นแล้ว ก็มีเนื้อหาสาระของการพยายามท้าทายระบบที่ผูกขาดกำหนดโดยคนกลุ่มหนึ่งมาช้านาน ดูการต่อสู้ของคนเล็กคนน้อย คนที่ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปาก รวมทั้งดูความเป็นมนุษย์ ค้นหาเนื้อแท้แห่งการมีชีวิตอยู่ นี่แหละครับ ที่ “La Casa de Papel” มอบให้เราได้ ใครยังไม่เคยดูผมแนะนำให้ดูเลยนะครับ แลกกับการอดนอนหลายคืนเลยทีเดียว

(Visited 67 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *