วิจารณ์หนัง ขุนพันธ์ บนความผิดหวังของ คนอยากดูหนังไทย

ทันทีที่รู้ว่า “โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ” ผู้กำกับฝีมือดีซึ่งเคยฝากผลงานระดับปากต่อปากมาแล้วหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็น ลองของ ไชยา เฉือน อันธพาล และสุขสันต์วันกลับบ้าน กำลังสร้างหนังอิงชีวประวัติตำรวจยอดมือปราบสายอาคม “ขุนพันธ์” 

ยิ่งเปิดตัวด้วยนักแสดงระดับเทพอย่างอนันดาในบทขุนพันธ์ และน้อย วงพรูแสดงเป็นจอมโจรอัลฮาวี ยะลูแห่งเทือกเขาบูโดด้วยแล้ว ถึงกับต้องมีนัดกับวันหนังฉายไว้ล่วงหน้า ยิ่งใกล้วันเท่าไร  Trailer  ที่ปล่อยมายิ่งกระชากใจกระตุ้นให้อยากเข้าไปตื่นเต้นและอินกับการแสดงพร้อมเทคนิคหนังสไตล์โขม 

“แต่แล้วฝันนั้นก็สลายไปในพริบตา” (ขอยืมท่อนหนึ่งจากเพลงขัดใจ ที่อยู่ดีๆ ก็นึกว่ามันช่างเข้ากับความรู้สึกหลังนั่งดู “ขุนพันธ์” ไปได้สักแป๊บ ) เปิดฉากแรกมาก็เริ่มได้กลิ่นไม่ดีที่ไม่ใช่กลิ่นรองเท้าคนนั่งข้างๆ เพราะหนังเปิดด้วยภาพสไตล์หนังคาวบอยในภาพขุนพันธ์ควบม้าที่มีฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ โอ้ววว…ชวนให้นึกถึงหนังแอคชั่นโบราณๆ ไม่เป็นไรๆ เราควรเปิดใจ (อันนี้แอบบอกตัวเอง)

เส้นทางการดูหนังเรื่องนี้กลับยิ่งกระท่อนกระแท่น ดูไปขมวดคิ้วไป เอ…ถ้าคนไม่รู้จักขุนพันธ์จะรู้ไหมว่าขุนพันธ์แกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ฝีมือเก่งกาจแค่ไหน ทำไมถึงถูกเลือกไปปราบจอมโจรสายโหดอย่างอัลฮาวี ยะลู และไม่ใช่ขุนพันธ์คนเดียวที่ขาดน้ำหนักในเรื่องภูมิหลัง เรียกได้ว่าการปูพื้นให้คนดูรู้จักนักแสดงแต่ละตัวในเรื่องนั้นโหลงเหลงมาก จึงทำให้ค่อนข้างผิดหวังกับเครดิตเขียนบทเองของผู้กำกับท่านนี้

สำหรับบทบาทการแสดงของอนันดากับพี่น้อยนั้นไม่แน่ใจว่าผู้กำกับวางไว้ให้อีกคนเล่นน้อย แต่พี่น้อยเล่นมากหรือเปล่า แต่ในฐานะคนดูเห็นแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเคมีที่ไม่พอดิบพอดีกัน โจรเล่นใหญ่ เล่นเยอะสไตล์พี่น้อย ส่วนอนันดาที่รับบทขุนพันธ์ก็เล่นนิ่ง เล่นน้อย จึงทำให้หลายๆ ฉากในเรื่องไม่ชวนติดตาม และยังผิดหวังเพราะขาดฉากปะทะกันแบบดุเด็ดเผ็ดมันระหว่างจอมขมังเวทย์ทั้งสอง กลับกลายเป็นว่าความมันสะใจในฉากแอคชั่นไปตกอยู่ที่นักแสดงอย่างเดี่ยว ชูพงษ์ซึ่งรับบทเป็นสมุนโจรใจโฉดฝ่ายอัลฮาวี ยะลูมากกว่า จะว่าไปแล้วสน the star หรือไข่โถในเรื่องแสดงได้มาตรฐานและชวนให้ดูได้มากที่สุด

ต่อไปมาว่ากันที่เรื่องเทคนิคของหนังซึ่งน่าจะเป็นงานถนัดของผู้กำกับท่านนี้ เฮ้อ…กลับกลายเป็นว่า ปาระเบิด กราดยิง ฉากต่อสู้ สารพัดเทคนิคซีจีดูห่างไกลจากมาตรฐานโขมไปรึเปล่า โดยเฉพาะฉากต่อสู้บนหลังคารถไฟชวนขัดตาที่สุด เห็นได้ชัดถึงความไม่เนียน และเมื่อไม่เนียนมันก็กลายเป็นความขัดตา ขัดใจ ไม่อิน บางฉากถึงกับตลกเรียกเสียงหัวเราะซึ่งไม่น่าจะใช่อารมณ์ที่ควรมีในหนังแอคชั่นดราม่า

เมื่อบทไม่ลงตัว การแสดงไม่กลมกล่อม กับเทคนิคหนังแบบไม่ละเอียดมารวมตัวกัน “ขุนพันธ์” จึงเป็นหนังแอคชั่น ดราม่ากลายพันธุ์เข้าขั้นคอมมาดี้ เขียนมาซะเยิ่นเย้อและออกไปทางลบซะเป็นส่วนใหญ่ สำหรับใครที่อยากดูหนังแบบได้ความบันเทิงล้วนๆ ไม่คิดอะไร หนังเรื่องนี้ก็ยังพอได้อยู่ แต่สำหรับคนดูที่คาดหวังว่าจะได้ดูหนังแอคชั่น ดราม่าเยี่ยมๆ งานนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่

(Visited 506 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *