รีวิวหนัง Dora and the Lost City of Gold (เด็กดูแล้วเฮ ผู้ใหญ่ดูแล้วฮา)

จากแอนิเมชั่นซีรีส์ของนิคเคลโลเดียน ช่องยอดฮิตของคุณหนูๆในทวีปแถบอเมริกา Dora the Explorer เป็นเรื่องราวของสาวน้อยดอร่าที่รักการผจญภัยไปกับเพื่อนลิงจ๋อแสนรู้ โดยระหว่างการผจญภัย ซีรีส์ก็จะแวะสอนน้องๆหนูๆให้รู้จักคำศัพท์ภาษาสเปนผ่านหน้าจอโทรทัศน์ (ด้วยมุมกล้องที่ให้ดอร่าหันมาหาคนดูแบบตรงๆ เหมือนเธอกำลังพูดอยู่กับคนดูนั่นเอง) โดยแนวคิดที่ซีรีส์นี้มอบให้คือการให้น้องๆหนูๆรู้จักแก้ไขสถานการณ์ มีไหวพริบ กล้าแสดงออก เป็นต้น

เมื่อดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ขนาดยาว ถ้าหากไม่มีการปรับเปลี่ยนสิ่งใดๆจากซีรีส์ Dora the Explorer หนังก็คงจะเหมาะกับผู้ชมที่อายุไม่เกิน 5 ขวบเท่านั้น แต่สำหรับDora and the Lost City of Gold คือหนังที่เหมาะสำหรับผู้ชมทั้งครอบครัวจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อช่วงต้นเรื่องสมัยที่ดอร่ายังเป็นเด็ก หนังเลือกวิธีการแบบเดียวกับในซีรีส์ นั่นคือให้ตัวละครดอร่าหันมาคุยกับผู้ชม และทำให้ตัวละครพ่อแม่อย่างเอเลนา (อีวา ลองโกเรีย) แม่ผู้เป็นนักสัตววิทยาและโคล (ไมเคิล พีน่า) พ่อผู้เป็นนักโบราณคดี ถึงกับทำหน้างงว่าดอร่ากำลังทำอะไรอยู่ (ซึ่งเป็นการยั่วล้อกับเวอร์ชั่นการ์ตูน ว่ามันเป็นการนำเสนอที่พิลึก เมื่อมาอยู่ในหนังคนแสดง) แถมเอเลนายังคุยกับพ่ออีกว่า “เดี๋ยวโตขึ้น ก็คงหายเอง” เพื่อเป็นการบอกคนดูในทีว่า เมื่อดอร่ากลายเป็นตัวละครวัยรุ่น หนังก็จะไม่ใช้เทคนิคการสื่อสารกับคนดูแบบนี้แล้วเพราะมันประหลาดเหลือเกิน

ตัดสลับเหตุการณ์อีก 10 ปีผ่านไป เมื่อดอร่าเติบโตเป็นวัยรุ่น แม้เธอจะยังคงรักการผจญภัยในป่า แต่ด้วยอายุของเธอนั้น ดอร่าไม่มี “สังคมเพื่อน” ที่เป็นมนุษย์สักเท่าไหร่ พ่อและแม่ของเธอจึงส่งดอร่าไปเข้าโรงเรียนมัธยมและให้เธอไปพักพิงกับคุณยาย (เอเดรียนา บาร์ราซา) และดิเอโก้ (เจฟฟ์ วอห์ลเบิร์ก) ลูกพี่ลูกน้องของเธอ ซึ่งดิเอโก้ให้นิยามโรงเรียนว่า “เป็นสถานที่เอาตัวรอดทางสังคม” ในอีกรูปแบบหนึ่ง มีความน่ากลัวไม่ต่างอะไรจากป่าเช่นกัน

แน่นอนว่าการปรับตัวเข้ากับสังคมโรงเรียนไฮสคูลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิดเดียว แต่ดอร่าเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับตัวเองมาก เป็นตัวของตัวเองจนกลายเป็นเป้าสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ แต่เมื่อ Dora and the Lost City of Gold ไม่ใช่หนังแบบเดียวกับ Mean Girls (2004) ที่จะมาวิพากย์สังคมไฮสคูลอเมริกัน หนังจึงย้ายน้ำหนักไปที่การผจญภัยค้นหาขุมทรัพย์กับเมืองพาราพาต้าที่สาบสูญแทน โดยระหว่างนั้นเอง ความสนุกของเรื่องราวจึงยั่วล้อกับขนบหนังตามหาสมบัติ การวิพากย์พฤติกรรมของตัวละครที่ดูแปลกประหลาดในหนังตระกูลนี้ (ซึ่งหนังก็จะจิกกัดตัวเองผ่านตัวละครผองเพื่อนของดอร่า) หรือการที่ตัวละครต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆในป่า ก็เป็นอรรถรสที่ทำให้ผู้ใหญ่และน้องๆหนูๆสนุกไปด้วยกันอย่างไร้พิษภัยใดๆ

(Visited 139 times, 1 visits today)

About The Author

You might be interested in

LEAVE YOUR COMMENT

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *